Talk of The Town

GULF บุ๊กกำไรพิเศษ 1.9 พันลบ. หลังขายหุ้นโรงไฟฟ้า โบรกฯ ชี้หนุนอัพไซด์กำไรปี 69


03 เมษายน 2569

GULF บุ๊กกำไร_S2T (เว็บ)_0.jpg

วิเคราะห์ประเด็น GULF ขายโรงไฟฟ้า ในลาวซึ่งมีกำหนด COD ในปี 2576 โบรกฯ คาดบันทึกกำไรพิเศษ 1,900 ล้านบาท ในไตรมาส 2/69 แต่กำไรในระยะยาวหลัง COD ปี 2576 ของ GULF ลดลงราว 2.8 พันล้านบาท/ปี และราคาเป้าหมายลดลงราว 2 บาท/หุ้น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็น GULF แจ้งต่อตลาดฯ ลดสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการเขื่อน Pak Ley ขนาด 770 MW ในสปป.ลาวซึ่งมีกำหนด COD ในปี 2576 จากเดิมถือหุ้น 100% ลงมาอยู่ที่ 49% ผ่านการขายหุ้นให้แก่ Partner อย่าง J-Power ซึ่งร่วมบริหารโรงไฟฟ้า IPP ในกลุ่ม GJP มาอย่างยาวนานที่มูลค่า 4.8 พันล้านบาท

โดยมอง Neutral เบื้องต้นคาดมีกำไรราว 1-1.3 พันล้านบาท (อิงส่วนต่างราคา ซึ่ง GULF เคยซื้อหุ้น 60% ของ Pak Ley มาในราคา 4.1 พันล้านบาท) แม้ประเมินการลดสัดส่วนถือครอง Pak Ley ลง ส่งผลให้ประมาณการกำไรในระยะยาวหลัง COD ปี 2576 ของ GULF ลดลงราว 2.8 พันล้านบาท ต่อปี และราคาเป้าหมายลดลงราว 2 บาท/หุ้น 

อย่างไรก็ดีมองเป็นการทำเพื่อปรับโครงสร้างลดภาระ IBD/E ในระยะยาวเพื่อเตรียมพร้อมรับ MW Growth ใหม่จาก PDP ฉบับถัดไป

ดังนั้นคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 70.0 บาท/หุ้น บนความเสี่ยงต้นทุนพลังงานที่ต่ำ และมีฐานทุนที่พร้อมรับธีม PDP ฉบับถัดไป

แต่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มองบวกจากกำไรพิเศษ และการดึงพันธมิตรรายใหญ่ญี่ปุ่น โดยรวมมองเป็นกลางในระยะยาวจากการที่ลดสัดส่วนการถือหุ้นลง แต่จะได้พันธมิตรระดับโลกเข้ามาเสริม 

โดยกลุ่มบริษัทผู้ซื้อเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของญี่ปุ่น ทำให้มีโอกาสที่จะสนับสนุนการเติบโตธุรกิจพลังงานสะอาดร่วมกันในอนาคต นอกจากนี้ระยะสั้นคาดจะได้รับ sentiment เชิงบวกจากการบันทึกกำไรพิเศษในช่วงไตรมาส 2/68 ประมาณ 1,900 ล้านบาท หรือคิดเป็น upside 6% ของประมาณการกำไรปี 69 และคงคำแนะนำ “ทยอยซื้อ” ราคาพื้นฐาน 60 บาท