GULF ขายโรงไฟฟ้าใน สปป.ลาว ให้ยักษ์พลังงานญี่ปุ่น สัดส่วน 51% รับทรัพย์กว่า 4.6 พันล้านบาท

GULF ประกาศขายหุ้นโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay สัดส่วนรวม 51% ให้แก่ JH INTERNATIONAL B.V. (“JHI”) คิดเป็นมูลค่าขายรวมทั้งสิ้นประมาณ 144.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.6 พันล้านบาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 2 เม.ย.69 ที่ประมาณ 32 บาท) ชี้เป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระยะยาว กับบริษัทชั้นนำระดับสากล
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทได้ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้ง 770 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขง เมืองปากลาย แขวงไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (“สปป.ลาว”) ภายใต้บริษัท Pak Lay Power Company Limited (“PLPC”)
โดยบริษัทฯ ถือหุ้นทางตรงใน PLPC ในสัดส่วน 40% และถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนที่เหลืออีก 60% ผ่าน Gulf Hydropower Holdings Private Limited (“GHH”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้น 100%
ทั้งนี้ PLPC ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (“กฟผ.”) เป็นระยะเวลา 29 ปี เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่ กฟผ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ในปี 2576 นั้น
ล่าสุดบริษัทฯ ขอแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบว่า เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 บริษัทฯ และ GHH ได้จำหน่ายหุ้น ที่ถืออยู่ใน PLPC ในสัดส่วนรวม 51% ประกอบด้วยหุ้นที่ถือโดยบริษัทฯ 40% และหุ้นที่ถือโดย GHH 11% ให้แก่ JH INTERNATIONAL B.V. (“JHI”) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง J-Power Investment Netherlands B.V. (บริษัทย่อยของ Electric Power Development Company Limited (“J-Power”)) และ Hazama Ando Corporation โดยคิดเป็นมูลค่าขายรวมทั้งสิ้นประมาณ 144.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ ณ ปัจจุบัน GHH และ JHI ถือหุ้นใน PLPC ในสัดส่วน 49% และ 51% ตามลำดับ
สำหรับ โครงการ Pak Lay เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบน้ำไหลผ่านตลอดปี (Run-of-River) ที่ไม่มีการกักเก็บน้ำในรูปแบบของเขื่อนประเภทอ่างเก็บน้ำ (Reservoir) และไม่มีการเบี่ยงน้ำออกจากแม่น้าโขง แต่ใช้การไหลของน้ำตามธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า โดยที่ปริมาณน้ำไหลเข้าเท่ากับปริมาณน้ำไหลออก ดังนั้น จึงไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง
โดยการจำหน่ายหุ้นบางส่วนในโครงการดังกล่าวเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระยะยาว กับบริษัทชั้นนำระดับสากล โดย J-Power เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระรายใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ยาวนาน ในการพัฒนา ก่อสร้าง และดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงไฟฟ้าหลากหลายประเภท ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทฯ และ J-Power เป็นพันธมิตรทางธุรกิจมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี และได้ร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าหลายโครงการ อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในกลุ่มกัลฟ์ เจพี (“GJP”) และโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกา
ในขณะที่ Hazama Ando Corporation เป็นหนึ่งในบริษัทก่อสร้างและวิศวกรรมชั้นนาของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานในการพัฒนาและก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านงานวิศวกรรมโยธา การก่อสร้างเขื่อน และโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ โดยการร่วมลงทุนกับพันธมิตรทั้งสองรายในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้าขนาดใหญ่ รวมทั้งสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯ ในระยะยาว
ยอดนิยม
ผู้ถือหุ้นบล.บียอนด์ โหวตผ่านควบรวม “คิงส์ฟอร์ด” คาดขั้นตอบควบคุมเสร็จไตรมาส 2 ปีนี้
กกพ. ชงค่าไฟใหม่ 3.95 บาท โบรกฯ เชื่อรัฐบาลตึงเท่าเดิม 3.88 บาท ชี้ไม่กระทบราคาหุ้น BGRIM-GPSC
หุ้นโรงกลั่น-ปิโตรฯ ยังได้ประโยชน์ หลัง “ทรัมป์” ลั่นโจมตีอิหร่านอีก 3 สัปดาห์ โบรกฯ ชู BCP-TOP-PTTGC-IVL
โบรกฯ แนะระวังหุ้นพลังงาน หวั่นถูกรัฐบาลใหม่แทรกแซง คุมค่าการกลั่น-บิดเบือนกลไกตลาด