Talk of The Town

เปิดโผหุ้นเด่นสุด ใน 8 อุตสาหกรรมยอดนิยม ประจำไตรมาส 2/69


02 เมษายน 2569

เปิดโผหุ้นเด่นสุด_S2T-(เว็บ)_0.jpg

เข้าสู่ช่วงไตรมาส 2/2569 กันแล้ว ทิศทางตลาดหุ้นไทยดูผ่อนคลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาวะสงครามที่คลี่คลาย และความคืบหน้าของการจัดตั้งรัฐบาลไทย ดังนั้นทีมข่าวจึงได้รวบรวบข้อมูลหุ้นเด่นที่สุดในช่วงไตรมาส 2/2569 ของอุตสาหกรรมยอดนิยมมาฝากนักลงทุน

หากเข้าไปสำรวจบทวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 2/69 แบบรายอุตสาหกรรม ของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด พบว่า กลุ่มธนาคารแม้มองว่าแนวโน้มกำไรสุทธิของกลุ่มในปี 2569 จะชะลอตัวลง แต่ถือว่ายังมีเสถียรภาพดี ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารมาหลายไตรมาส ทำให้ความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อลดลงจากในอดีต ช่วยให้ลูกหนี้ Stage 2 และ Stage 3 ไม่น่ากังวล 

นอกจากนี้ด้วยการปรับเพิ่ม Div. Payout Ratio ของแต่ละธนาคาร ช่วยให้ Div. Yield ของกลุ่มปรับขึ้นต่อเนื่อง และปีนี้ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่า 5% จึงคงคำแนะนำลงทุน “Neutral” โดยเลือก BBL (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 196 บาท) เป็น Top Pick ของกลุ่ม โดยคาดให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2569 ที่ 5.5% 

ขณะที่กลุ่มค้าปลีก ภาพรวมกำไรของกลุ่มปี 2569 คาดที่ 6.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 6% จากปีก่อน หนุนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่,การลงทุนในประเทศเร่งขึ้นโดยเฉพาะงานโครงสร้างพื้นฐาน

แม้มีความเสี่ยงเรื่องผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่กดดันทั้งกำลังซื้อและค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ แต่ด้วย SET Commerce ที่ปรับตัวลง 10% ทำให้ซื้อขายบน PER26 ที่ -1.5 SD ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี บริษัทขนาดใหญ่ให้ Dividend Yield สูงถึง 4-7% ต่อปี คาดช่วยจำกัด Downside ให้กับราคาหุ้น ทำให้คงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” เลือก CPALL เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 62 บาท  โดยคาด Dividend Yield ปี 2569 ที่ 3.9%

ส่วนหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ คงน้ำหนักการลงทุน ที่ “Overweight” ซึ่งประเมินว่า Backlog ของกลุ่มยังคงมี Upside หากมีการประมูลงานภาครัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 และการที่รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนการเปิดประมูลงานอย่างต่อเนื่องและหนุน Backlogในช่วงระยะเวลา 3-4 ปีข้างหน้า เลือก CK  เป็น Top Pick ของกลุ่ม แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 21 บาท โดยราคายัง Laggard จากกลุ่มในขณะที่ STECON ราคาปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูง

ส่วนกลุ่มพลังงาน ให้น้ำหนักลงทุน “Neutral” สถานการณ์ยังผันผวน เปลี่ยนแปลงได้ตลอด สำหรับลงทุนช่วงสงครามยังไม่คลี่คลาย เน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาพลังงานอยู่ระดับสูง และความเสี่ยงด้าน Supply Chain, Regulatory Risk จำกัดเช่น BANPU PTTEP PTTGC IVL และ SCC ทางพื้นฐานแนะนำ “ซื้อ”BANPU ราคาเป้าหมาย 7.70 บาท และเลือกเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ โดยคาด Dividend Yield ปี 2569 ที่ 6.6%

สำหรับกลุ่มสินเชื่อ ลดน้ำหนักลงทุนในหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ลงจาก “Overweight” เป็น “Neutral” หลังแนวโน้ม Bond Yield ของไทยดีดตัวขึ้น สะท้อนความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อที่จะปรับขึ้นตามราคาน้ามัน ซึ่งจะส่งผ่านไปยังสินค้าประเภทอื่นๆ ทำให้คาดจะมีผลให้ทิศทางผลดำเนินงานของกลุ่มมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์มากขึ้น อย่างไรก็ดีราคาหุ้นในกลุ่มได้ปรับลดลงมามากแล้ว จึงมองว่ายังหุ้นในกลุ่มไฟแนนซ์ยังน่าสนใจ โดยแนะนำ “ซื้อ” TIDLOR ราคาเป้าหมาย 25 บาท เป็น Top Pick ของกลุ่ม ซึ่งเป็นหุ้นไฟแนนซ์ที่คุณภาพสินทรัพย์แข็งแรง

กลุ่มโรงไฟฟ้า ปรับน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าขึ้นเป็น Overweight tหลังมีความชัดเจนทางการเมือง โดยให้ GULF (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 91.00 บาท และ GUNKUL ( แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.92 บาท)  เป็น Top pick ของกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยคาดทั้งสองเป็นผู้เล่นหลักที่ได้ประโยชน์จากแผน PDP ฉบับใหม่ชัดเจน และโครงการโซลาร์ชุมชน ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้จากการขายไฟฟ้าในระยะยาว อีกทั้งมีความพร้อมทางการเงินทำให้มีโอกาสได้โครงการใหม่ๆ มากกว่าคู่แข่ง

ด้านกลุ่มสื่อสาร ปรับลดน้ำหนักการลงทุนสู่ระดับ “Neutral” หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้ upside เริ่มจำกัด แม้แนวโน้มอุตสาหกรรมยังอยู่ในทิศทางที่ดี แต่กลยุทธ์การลงทุนควรเน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัวมากขึ้น ภายใต้กรอบดังกล่าว เเลือก TRUE (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 16 บาท) เป็น TopPick จากแนวโน้มการเร่งตัวของผลประกอบการและเงินปันผล ภายหลังการเข้ามาของผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่

และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม คงน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มนิคมฯ ที่ “Overweight” โดยประเมินยอด Presales ปี 2569 จะเติบโตได้ต่อเนื่องจากปี 2568 พร้อมปัจจัยหนุนรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตและอุตสาหกรรมใหม่มายังประเทศไทย เลือก AMATA (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 24.50 บาท) เป็น Top Pick ของกลุ่ม โดยคาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวได้ในไตรมาส 2/69 จากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว ในขณะที่ WHA คาดแนวโน้มผลประกอบการจะชะลอตัวลงจากฐานที่สูงในปีที่แล้ว

เปิดโผหุ้นเด่นสุด_0.jpg