Talk of The Town

เปิดโผหุ้นตัวท็อป! ได้ประโยชน์ รัฐบาลอัด 7 ไม้เด็ด ฝ่าวิกฤตราคาน้ำมันแพง


27 มีนาคม 2569

เปิดโผหุ้นตัวท็อป!_S2T (เว็บ)_0.jpg

เฟ้นหาหุ้นลงทุน ท่ามกลางสงครามหนุนนำมันแพง นักวิเคราะห์ชี้ ครม.นัดพิเศษ เห็นชอบมาตรการรับมือวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางและปัญหาราคาน้ำมันแพง พร้อมมองเป็นบวกต่อมาตรการที่ภาครัฐจะออกมาช่วยบรรเทาผลกระทบ โดยคาดหุ้นกลุ่มดังจะได้ sentiment เชิงบวก

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็น คณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษผ่าน 7 มาตรการบรรเทาผลกระทบน้ำมันแพง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษวันนี้มีมติเห็นชอบมาตรการรับมือวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางและปัญหาราคาน้ำมัน 7 แนวทางด้วยกัน คือ

1. ให้กระทรวงคลังไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันว่าจะมีแนวทางอย่างไร อัตราเท่าไหร่ หากอัตราภาษีลดลงไปจำนวนเท่าไร ราคาน้ำมันก็จะลงเท่านั้น

2. การดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยการเติมเงินเพิ่มให้เบื้องต้น 100 บาท/คน/เดือน จากเดิมให้วงเงิน 300 บาท เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ

3. ดูแลกลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง รถบรรทุก และรถโดยสารสาธารณะ รถโดยสารขนาดเล็ก และจักรยานยนต์รับจ้าง ผ่านการโอนเงินเข้าพร้อมเพย์ โดยจะสนับสนุนค่าน้ำมันตามการใช้จริง

4. ช่วยเหลือเกษตรกร เรื่องของปุ๋ยธงเขียว เพื่อลดต้นทุนเกษตรกรและลดภาระการนำเข้า

5. สนับสนุนให้กลุ่มประมงใช้น้ำมัน B20 เพื่อลดต้นทุน ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซล 5-6 บาท

6. กลุ่มก่อสร้าง ให้คู่สัญญากับภาครัฐขยายระยะเวลาการตรวจรับงานที่เหมาะสม โดยจะชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่า K) ให้เป็นรายกรณี

และ 7. ช่วยเหลือ SME ผ่านธนาคารออมสินที่จะออกสินเชื่อ Soft Loan วงเงิน 10,000 ล้านบาท

โดยมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อมาตรการที่ภาครัฐจะออกมาช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มที่จะได้ sentiment เชิงบวก ได้แก่

กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (OR, PTG) เราเชื่อว่าการลดราคาขายปลีกน้ำมันลงมาผ่านการลดการเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตน่าจะทำให้ปริมาณขายสูงขึ้น ขณะที่มีผลกระทบจำกัดต่อแนวโน้มค่าการตลาด (marketing margin)

กลุ่มค้าปลีก (BJC, CPALL, CPAXT) ช่วยชะลอการปรับขึ้นของค่าขนส่ง และมี sentiment เชิงบวกเล็กน้อยจากการพยุงกำลังซื้อผ่านบัตรสวัสดิการฯ อย่างไรก็ตามเม็ดเงินสนับสนุนมีจำกัด ทำให้ impact ต่อ SSSG เพียงเล็กน้อย

กลุ่ม hardline (CRC) และ home improvement (HMPRO, GLOBAL) ได้ประโยชน์จากการพยุงค่าขนส่ง อย่างไรก็ตาม มองเป็นเพียงการช่วยลดความเสี่ยงขาลงของอัตรากำไร และแรงกดดันด้านต้นทุน

กลุ่มขนส่ง (SJWD) ช่วยลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนดังกล่าวไปยังลูกค้าได้เป็นส่วนใหญ่

กลุ่ม Food & Beverage (OSP, CBG, SAPPE, SNNP) ได้ประโยชน์จากต้นทุนค่าขนส่งลดลง และเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งกลุ่มสินค้าอุปโภค (OSP, NEO) ได้ประโยชน์จากการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ได้ประโยชน์จากแนวโน้มต้นทุนน้ำมันลดลง อย่างไรก็ตามมาตรการชดเชยค่า K เป็นมาตรการเดิมที่มีอยู่แล้ว และในช่วงที่ผ่านมา บริษัทรับเหมาใหญ่มีสัดส่วน backlog งานรัฐโดยตรงไม่มาก ทำให้เรามองเป็นบวกค่อนข้างจำกัด

และ Bank จากนโยบายสินเชื่อ Soft loan จำนวน 10,000 ล้านบาท จะช่วยให้สินเชื่อ SME เพิ่มขึ้นได้บ้าง โดยเราเรียงลำดับสัดส่วนสินเชื่อ SME จากมากไปน้อยคือ KBANK (26%), SCB (17%), BBL (16%), KTB (10%), TTB (7%)