TFG ราคาพุ่งแรง ทำสถิติสูงสุดใหม่ 8.60 บาท โบรกฯ ชี้พื้นฐานเด่นสุดในกลุ่ม

TFG ทะยานแรง ราคาหุ้นแตะ 8.60 บาท ทุบสถิตใหม่ โบรกฯ ราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายไปแล้ว ด้านพื้นฐานดูดี ธุรกิจค้าปลีกลดความผันผวนอัตรากำไร-ราคาหมูในตลาด พร้อมชูแนวโน้มกำไรยังปรับตัวดีกว่ากลุ่ม
รายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ในการซื้อขายช่วงเช้านี้ได้ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงหรือ 6.83% ขึ้นมาแตะระดับ 8.60 บาท และยังเป็นระดับที่ทำจุดสูงสุดในประวัติการณ์
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของ TFG อยู่ที่โครงสร้างธุรกิจ ปัจจุบันประมาณ 40%ของรายได้รวมมาจากเครือข่ายค้าปลีกของบริษัทเอง อย่างร้าน Thai Foods Fresh Market ที่มีราว 600 สาขาทั่วประเทศ และตั้งเป้าขยายเป็น 850 สาขาภายในปี 2569
และปีนี้ TFG ได้ปรับกลยุทธ์ธุรกิจหมูจากเดิมที่จะขายในราคาหน้าฟาร์ม เป็นเข้าสู่ระบบค้าปลีกและการจัดจำหน่ายของตนเอง 100% และการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ TFG สามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาสูงกว่าราคาตลาดประมาณ 10% ช่วยลดความผันผวนของอัตรากำไรและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหมูในตลาด
เมื่อสัดส่วนค้าปลีกเพิ่มขึ้นและจำนวนสินค้าขยายตัวโครงสร้างกำไร จึงมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากความผันผวนตามราคาเหมือนสินค้าโภคภัณฑ์น้อยลง นอกจากนี้ ในแง่ของ Vertical integration ยังช่วยเสริมอำนาจต่อรองและเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมอัตรากำไร
ในทางเปรียบเทียบ BTG มีรายได้จากค้าปลีกราว 15% และมีร้านประมาณ 220 สาขา TFG กำลังเปลี่ยนผ่านสู่แพลตฟอร์มอาหารแบบ vertically integrated ที่มีอำนาจด้านช่องทางจัดจำหน่ายการเปลี่ยนแปลงนี้สมควรได้รับ Valaution ที่ premium กว่าด้วยซ้ำไป
TFG ยังคงดำเนินธุรกิจโดยเน้นประเทศไทยเป็นหลัก (มีสัดส่วนรายได้จากเวียดนามเพียง 11%ของยอดขายรวม) ขณะที่ BTG มีการดำเนินงานในกัมพูชา ลาว และเมียนมา และ CPF มีรายได้จากต่างประเทศมากกว่าภายในประเทศ (ในประเทศ 38% เทียบกับต่างประเทศ 62%) ครอบคลุมมากกว่า 10 ประเทศ การกระจายตัวทั่วโลกอาจเป็นข้อได้เปรียบในช่วงขาขึ้นแต่ในช่วงขาลงอาจเพิ่มความผันผวนเมื่อประเทศใดประเทศหนึ่งปรับตัวได้ช้า อาจกดดันกำไรรวมอย่างมีนัยสำคัญ
โดยการที่ TFG มีโครงสร้างรายได้ในประเทศไทยเป็นหลักจะช่วยเพิ่มความชัดเจนของกำไรและลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้ด้วย ในธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยสินค้าโภคภัณฑ์ ความไม่ซับซ้อนอาจเป็นจุดแข็งก็ได้
นอกจากความเสถียรเชิงโครงสร้างที่มากขึ้นแล้ว โมเมนตัมกำไรก็กำลังปรับตัวดีขึ้น แนวโน้มการปรับประมาณการกำไรของ TFG จากตลาดมีทิศทางขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และดูต่อเนื่องกว่ากลุ่มฯ ความแข็งแกร่งของอัตรากำไรค้าปลีก ราคาหมูในประเทศที่เป็นปัจจัยหนุน และ operating leverage ที่ดีขึ้น
กำลังสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการปัจจัยฤดูกาลจะเริ่มเอื้ออำนวยโดยช่วงฤดูร้อนมักทำให้อุปทานปศุสัตว์ตึงตัวพยุงราคาขึ้นผู้บริหารคาดว่าราคาหมูไทยจะฟื้นตัวสู่ระดับ 65–70 บาทต่อกิโลกรัม จากระดับปัจจุบันราว 58 บาทต่อกิโลกรัม ที่ สำคัญปี 2569 คาดว่าจะเผชิญปรากฏการณ์เอลนิโญ่ที่รุนแรงขึ้นซึ่งอาจเพิ่มอากาศร้อนและความแล้งขึ้นราคาถูกกว่าที่ควรเป็น
ทั้งนี้ TFG ซื้อขายที่ระดับลดลงเมื่อเทียบกับ BTG และ CPF ทั้งที่มีความเสี่ยงในมุมมองการทำธุรกิจข้ามชาติต่ำกว่าอีกทั้งสัดส่วนค้าปลีกเพิ่มขึ้นและแนวโน้มการปรับตัวของกำไรที่ดีกว่า เมื่อสัดส่วนค้าปลีกเพิ่มขึ้นและความชัดเจนด้านอัตรากำไรดีขึ้น การ re-rate สู่ระดับ PER 8–9 เท่า ถือว่าสมเหตุสมผลภายใต้ปัจจัยพื้นฐานปัจจุบัน
ประเด็น ESG รับรู้ไปแล้วและกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวกรณี insider trading ได้สร้างแรงกดดันด้าน ESG ต่อ TFG และส่งผลให้มูลค่าหุ้นปรับลดลง (De-rate valuation) อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในอดีตชี้ให้เห็นว่าเมื่อความชัดเจนด้าน governance กลับมา หุ้นมักกลับมาสะท้อนปัจจัยพื้นฐานในกรณีของ TFG การดำเนินการแก้ไขได้เริ่มขึ้นแล้ว
โดยเมื่อวันที่ 19 ก.พ. บริษัทได้แต่งตั้ง CEO คนใหม่ สะท้อนการปรับโครงสร้างด้าน governance และการรีเซ็ตเชิงปฏิบัติการ การเปลี่ยนผ่านผู้บริหารถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของตลาดเราเห็นตัวอย่างในตลาดไทยหลายกรณีที่เมื่อประเด็น ESG ได้รับการแก้ไขผ่านการปรับโครงสร้างและเปลี่ยนผู้นำคะแนน ESG และมูลค่าหุ้นมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป มองว่า TFG กำลังอยู่ในช่วงปกติ
ก่อนหน้านี้นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เปิดเผยว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาเนื้อสัตว์ในช่วงนี้ มีปัจจัยหนุนจากสภาพอากาศและอุปสงค์การบริโภคที่ฟื้นตัว แม้สถานการณ์สงครามจะส่งผลให้ต้นทุนบางส่วนปรับสูงขึ้น แต่ได้รับผลกระทบจำกัด จากการบริหารต้นทุนเชิงรุก และการล็อกราคาวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า
ขณะเดียวกัน ประเด็นความมั่นคงทางอาหารจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงคราม ยังเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมอาหารในระยะกลางถึงยาว โดยประเทศไทยมีศักยภาพในฐานะผู้ส่งออก ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความต้องการสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10–15% สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่โมเดล Market Driven อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการขยายธุรกิจค้าปลีก “Thai Foods Fresh Market” เพิ่มเป็น 850 สาขา จากสิ้นปี 2568 ที่ 615 สาขา เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงและเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง
นอกจากนี้ มีแผนขยายฐานการผลิตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสริมความแข็งแกร่งห่วงโซ่อุปทานครบวงจร ควบคู่กับการรุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งวางเป็น Growth Engine ใหม่ ผ่านการก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ ขยายธุรกิจไก่ และเพิ่มฟาร์มสุกร คาดแล้วเสร็จปลายปี 2569 และเริ่มสร้างผลบวกต่อรายได้และต้นทุนตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ จากปัจจัยหนุนด้านราคาสินค้า การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผน ทำให้ TFG มั่นใจศักยภาพการเติบโต หนุนรายได้ทำนิวไฮต่อเนื่อง
ยอดนิยม
แกะปมน้ำมันขึ้นโหด! รัฐบาลทำประชาชนช็อกกลางดึก ขึ้นรวดเดียว 6 บาท แรงสุดในรอบปี
ฝันร้าย! ค้าปลีก-เครื่องดื่ม ราคาน้ำมันค้าพุ่ง 6 บาท ดีดต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น 2-3%
วิกฤตน้ำมัน! โบรกฯคาด ดีเซลขึ้น 1 บาท ฉุด “จีดีพี” หวั่นเศรษฐกิจไทยส่อแววถดถอย
จับตาค่าไฟรอบหน้า โบรกฯ เชื่อรัฐบาลฝืนตรึงได้ ชู GULF ปลอดภัยสุดในตอนนี้