Talk of The Town

หวั่น GPSC ผลงานสะดุด ราคาก๊าซดีดขึ้นทุก 10 บาท ฉุดกำไรลดลงกว่า 220 ล้านบาท


26 มีนาคม 2569

หวั่น GPSC ผลงานสะดุด_S2T (เว็บ)_0.jpg

GPSC โบรกฯ คาดราคาก๊าซขึ้นทุกๆ 10 บาท จะฉุดกำไรลงถึง 220 ล้านบาท พร้อมแนะ “ถือ” ราคา 43 บาท เหตุมีความเสี่ยงถูกรัฐแทรกแซง-ต้นทุนพลังงานเพิ่มสูง กดดันอัตรากำไร

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองโดยรวมเป็นไปในเชิงลบต่อ GPSC สะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้น เกี่ยวกับต้นทุนก๊าซและความเสี่ยงจากการแทรกแซงนโยบาย 

โดยอุปทานก๊าซตึงตัวแต่ยังบริหารจัดการได้ GPSC โดยมีการนำเข้า LNG จากกาตาร์คิดเป็น 21% ของการนำเข้า LNG ทั้งหมดของไทย ขณะที่ PTT ได้จัดหาอุปทานเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ และกำลังการผลิตก๊าซในประเทศสามารถเพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยการขาดแคลนที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น คาดว่าจะมีผลกระทบจำกัดต่ออุปทานก๊าซและการผลิตไฟฟ้าโดยรวม

แต่ต้นทุนสูงขึ้น แม้ความเสี่ยงด้านอุปทานยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แต่ราคาก๊าซในประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป จากการรับรู้ต้นทุนที่ล่าช้าของ cargo ที่มีอยู่ในไตรมาส 1/69 GPSC ให้แนวทางว่าราคาต้นทุนก๊าซอาจเพิ่มขึ้นเป็น 350 – 450 บาท ต่อ 1 ล้าน BTU 

ขณะที่แรงกดดันเชิงนโยบายต่ออัตรากำไร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสัญญาที่จะตรึงค่าไฟฟ้าที่ 3.88 บาทต่อหน่วย สำหรับช่วงเดือนพ.ค.–ส.ค. 2569 แม้ราคา JKM LNG จะเพิ่มขึ้นใกล้ระดับ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อ 1 ล้าน BTU ประเมินว่าการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ส่วนต่างค่าไฟฟ้าต่อราคาก๊าซลดลงจาก 1.4–1.5 บาทต่อ kWh เหลือ 0.3–0.4 บาทต่อ kWh 

ดังนั้น ประเมินว่าทุกการเพิ่มขึ้นของราคาก๊าซทุกๆ 10 บาทต่อ 1 ล้าน BTU จะทำให้กำไรลดลง 220 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกคือ โรงไฟฟ้า GHECO-1 จะกลับมาเดินเครื่องในเดือน เม.ย. ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียด้านพลังงาน (energy loss) ได้ 1 พันล้านบาท

งบดุลรองรับการเติบโต GPSC ยังคงมีงบดุลแข็งแกร่ง โดยมี net D/E อยู่ที่ 0.8 เท่า ซึ่งเปิดโอกาสสำหรับการลงทุนในอนาคต บริษัทมองเห็นโอกาสในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซในประเทศ โดยเฉพาะภายใต้แผน PDP ใหม่ ซึ่งคาดว่าจะให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความต้องการของศูนย์ข้อมูล (data center)

ทั้งนี้ คงคำแนะนำ “ถือ” และราคาเป้าหมายที่ 43 บาท เนื่องจากมองเห็นความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่อาจกดดันอัตรากำไรจากการแทรกแซงของรัฐบาลและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น แนะนำให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางเพื่อดูว่าผลกระทบจะยืดเยื้อนานเท่าใด