เรื่องเด่นวันนี้

สรุปแนวทางปรับกลยุทธ์ “เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง” รับมือเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน


26 มีนาคม 2569

SCG_info-ปก.jpg

ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง “เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง” หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC (เอสซีจี) ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ชูแนวคิด "Greenovation for Better Living" เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนองค์กร มุ่งพัฒนานวัตกรรมสินค้าและโซลูชันที่ยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง (SCG Smart Living) ประกาศทิศทางธุรกิจสำหรับปี 2569 โดยมุ่งปรับพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ พร้อมทั้งยึดแนวคิด "Greenovation for Better Living" เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดที่ยังมีความเปราะบางสูง ทั้งจากกำลังซื้อที่อ่อนตัวลง การแข่งขันที่รุนแรง และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน ส่งผลต่อตลาดวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มทรงตัว แม้จะมีแรงหนุนการลงทุนภาครัฐก็ตาม 

จากความท้าทายดังกล่าว ธุรกิจยังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าด้วยสินค้าที่ครอบคลุมกำลังซื้อที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนสินค้ากรีนรองรับทิศทาง Net Zero Emission

นายวิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง ภายใต้ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด เปิดเผยว่า องค์กรยังคงขับเคลื่อนด้วยการผสานนวัตกรรม คุณภาพ และความยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างประชากร และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความคุ้มค่า และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น 

โดยกลยุทธ์สำคัญ คือ การสร้างนวัตกรรมจากความเข้าใจปัญหา (Pain Point) ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ก่อนต่อยอดเป็นสินค้าและโซลูชันที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าว ได้แก่ กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้นเอสซีจี รุ่น คอมฟอร์ท ที่มี HeatSync Technology ช่วยลดอุณหภูมิพื้นผิวได้ 3–7°C หรือ ผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ซูเปอร์ ซิลา ที่พัฒนาด้วย Firm & Flex Technology ผสานโครงสร้าง Double Super Molecule และเส้นใยพิเศษ Ultra Fiber ช่วยเพิ่มความทนทาน ลดการแตกหักขณะติดตั้ง รองรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น พร้อมยกระดับดีไซน์ด้วยลายหินที่มีมิติ ให้ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชันการใช้งาน และความสวยงามไปพร้อมกัน 

ในด้านการบริหารพอร์ตสินค้า ธุรกิจได้ขยายพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมทุกกำลังซื้อ โดยพัฒนาสินค้ากลุ่ม Smart Value Products (SVP) ที่เน้นให้ทั้งคุณภาพและความคุ้มค่า เพื่อตอบโจทย์กำลังซื้อที่ชะลอตัวลง เช่น กระเบื้องหลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Celica Curve และ Celica SRA 

ขณะเดียวกันยังเร่งพัฒนาสินค้าโซลูชันกลุ่ม High Value-Added (HVA) ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต อาทิ โซลูชัน ONNEX Active Air Quality และ Active Airflow ที่ช่วยเพิ่มการหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้อาศัย รวมถึงการขยายธุรกิจโซลาร์ (Solar Solutions) สู่กลุ่มอุตสาหกรรมและโรงพยาบาล ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากแรงผลักดันด้านการประหยัดต้นทุนพลังงาน การขาดแคลนพลังงาน  และนโยบายลดการปล่อยลดคาร์บอน

กลยุทธ์สำคัญอีกประการคือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพตลอดกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็น IoT, AI และระบบ Lean Automation เพื่อความซ้ำซ้อนและของเสีย พร้อมใช้ระบบ MES บริหารการผลิตแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถผลิตได้มากขึ้นในเวลาน้อยลง พร้อมคุณภาพที่สม่ำเสมอและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero Emission ในระยะยาว  รวมถึงการนำนวัตกรรม Drone Imaging และ AI มาใช้ตรวจวิเคราะห์หลังคา ช่วยลดระยะเวลาการทำงาน เพิ่มความปลอดภัย และยกระดับความแม่นยำข้อมูล

ด้านความยั่งยืน เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง มุ่งเดินหน้าลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ ทั้งพลังงาน คาร์บอน และเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยปัจจุบันโรงงานใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ประมาณ 20% และใช้พลังงานเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) ทดแทนพลังงานฟอสซิลขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์กว่า 80% ได้รับการรับรอง Carbon Footprint of Product (CFP) และตั้งเป้าครอบคลุมทั้งหมด 100% ภายในปี 2569 

ส่วนผลิตภัณฑ์หลักยังได้รับการรับรอง EPD International ซึ่งสะท้อนมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใสและเป็นสากล พร้อมทั้งขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น การนำเศษวัสดุ Q-CON ไปปรับปรุงคุณภาพดิน และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยหลีกเลี่ยงการใช้ส่วนผสมหรือวัสดุที่เสี่ยงอันตรายต่อผู้ใช้งาน เช่น แร่ใยหิน โดยเอสซีจีได้ยกเลิกการใช้แร่ใยหินในสินค้าวัสดุก่อสร้างตั้งแต่ปี 2550 หรือสารระเหยในอากาศ (VOCs) ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ขณะเดียวกัน เอสซีจี รูฟฟิ่ง ผู้ผลิตกระเบื้องและอุปกรณ์หลังคา ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยธุรกิจสำคัญของเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 9999 ด้านเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม สะท้อนถึงการบริหารจัดการอย่างสมดุลในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรบุคคล ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้าน ESG ของกลุ่มธุรกิจที่พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรฐานนี้อย่างต่อเนื่อง

จากความเชื่อมั่นที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ SCG Smart Living หรือ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ได้รับการจัดอันดับสูงสุดจากการสำรวจ 2025–2026 Thailand’s Most Admired Company โดย BrandAge ครองอันดับ 1 ในกลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง และได้รับคะแนนสูงสุดในทุกหมวด ทั้ง Innovation, Business Performance, Corporate Image, Management และ Sustainable Development สะท้อนศักยภาพของกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจที่ตอบโจทย์ทั้งลูกค้า อุตสาหกรรม และสังคมในระยะยาว

SCG_info.jpg

SCC