Talk of The Town

SAAM วางกลยุทธ์รุกธุรกิจดิจิทัล หวังสร้างรายได้แบบ Recurring Income


19 มีนาคม 2569

หน้าปกเว็บไซต์.jpg

ในโลกธุรกิจที่ความแน่นอนคือความเสี่ยง การปรับตัวให้เร็วกว่ากระแสโลกคือหัวใจสำคัญ บริษัท เอสเอเอเอ็ม ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAAM คือหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความเก๋าในการอ่านเกมธุรกิจ จากรากฐานที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน วันนี้ SAAM กำลังก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยการรุกคืบสู่ "ธุรกิจดิจิทัล" อย่างเต็มตัว โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ หรือ Recurring Income ในสเกลระดับโลก

เดิมที SAAM เป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนที่มีโมเดลธุรกิจโดดเด่น คือการจัดหาที่ดินและให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้า ซึ่งสร้างรายได้ในระยะยาว ความสำเร็จในอดีตนี้เองที่กลายเป็น "กระสุน" ชั้นดีในการต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ที่มีอัตรากำไร (Margin) สูงกว่าเดิม และไม่ต้องยึดติดกับสัมปทานของภาครัฐเพียงอย่างเดียว

การเข้าสู่ ธุรกิจเกม ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการมองเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ามหาศาลและเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี SAAM ไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อสร้างเกมทั่วไป แต่เน้นไปที่การสร้าง Ecosystem ของเกมที่สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่อง ทั้งจากค่าธรรมเนียม การขายไอเทม หรือการต่อยอดในรูปแบบของแพลตฟอร์ม ซึ่งถือเป็นหัวใจของ Recurring Income ที่จะไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องตราบเท่าที่ยังมีผู้เล่นอยู่ในระบบ

สิ่งที่ทำให้สปอตไลท์ส่องมาที่ SAAM มากที่สุดคือการขยายตัวเข้าสู่การเป็น Market Maker (MM) ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี นี่คือธุรกิจที่ต้องอาศัยทั้งเงินทุน อัลกอริทึมที่แม่นยำ และความเข้าใจในกลไกตลาดโลกอย่างลึกซึ้ง

ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล สภาพคล่องคือสิ่งสำคัญที่สุด การที่ SAAM เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสภาพคล่อง (Liquidity Provider) ทำให้บริษัทสามารถสร้างรายได้จากส่วนต่างและค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการ ซึ่งเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด และไม่จำกัดอยู่แค่ในประเทศไทย แต่คือรายได้ที่มาจากตลาดทั่วโลก

หัวใจสำคัญของการขยายธุรกิจในครั้งนี้คือการเปลี่ยนจากธุรกิจที่ต้องรอปิดโปรเจกต์ (Project-based) มาเป็นธุรกิจที่มีรายได้เข้ามาทุกวัน (Recurring Income) ทั้งจากธุรกิจเกมที่มีฐานผู้เล่นประจำ และธุรกิจ Market Maker ที่เติบโตตามโวลุ่มการเทรดของตลาดโลก การผสมผสานนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งมากเกินไป และช่วย Value ของบริษัทให้มีความเป็น Tech Company มากขึ้น

Infographic.jpg