SO เปิดแผนซื้อหุ้นคืน ตอกย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง เพิ่มประสิทธิภาพกำไรต่อหุ้น (EPS) ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 3,000 ลบ.

บมจ.สยามราชธานี หรือ SO ประกาศซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 48 ล้านบาท ภายในช่วง 18 มี.ค.–17 ก.ย. 2569 สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่งและสภาพคล่องส่วนเกิน มุ่งเพิ่ม ROE และ EPS พร้อมเสริมเสถียรภาพราคาหุ้น ขณะเดียวกันเดินหน้าขยายธุรกิจเอาท์ซอร์สและเทคโนโลยี ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 10% แตะ 3,000 ล้านบาท รับอานิสงส์ความต้องการใช้บริการ Outsourcing และโซลูชันดิจิทัลขององค์กรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง.
คุณกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้ประกอบธุรกิจหลัก 2 รูปแบบเพื่อสนับสนุนการ Transformation องค์กรลูกค้า ได้แก่ ธุรกิจบริการเอาท์ซอร์ส (Outsource Service) และธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยี (Technology Service) เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 48 ล้านบาท โดยกำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืนภายใน 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ถึงวันที่ 17 กันยายน 2569 สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและมีสภาพคล่องส่วนเกินเพียงพอในการบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการซื้อหุ้นคืนจะช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) จากจำนวนหุ้นที่ลดลง อีกทั้งยังเป็นการเสริมความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและช่วยพยุงเสถียรภาพของราคาหุ้นในตลาด นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว พร้อมสะท้อนมุมมองเชิงบวกของบริษัทต่อศักยภาพการเติบโตของธุรกิจเอาท์ซอร์สและเทคโนโลยีในอนาคต.
ด้านแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตประมาณ 10% หรือแตะระดับ 3,000 ล้านบาท จากการขยายธุรกิจบริการเอาท์ซอร์ส (Outsource Service) ควบคู่กับการพัฒนาโซลูชันด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับองค์กรลูกค้า โดยปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าใหม่ (Pure New) ที่เริ่มเซ็นสัญญาเพิ่มเติมแล้วคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 110 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในระยะถัดไป
ทั้งนี้ บริษัทจะมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยเดินหน้าพัฒนาโซลูชันด้านเทคโนโลยี เช่น ระบบบริหารจัดการข้อมูล (Data Management) ระบบ Workflow ดิจิทัล และระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรลูกค้า และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมบริการ Outsourcing และ Business Process Outsourcing (BPO) ในประเทศไทยยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการขององค์กรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและควบคุมต้นทุน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานมากขึ้นบริษัทจึงเดินหน้าพัฒนาโมเดล Tech-Enabled Outsourcing ซึ่งเป็นการผสานการทำงานของบุคลากร เทคโนโลยี และระบบข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับการให้บริการจากผู้ให้บริการเอาท์ซอร์สแบบดั้งเดิม สู่การเป็น Strategic Operations Partner ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับองค์กรลูกค้า
“แนวโน้มการใช้บริการ Outsourcing ขององค์กรไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องการเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและลดภาระการบริหารจัดการภายใน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของบริษัทในการขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นางกัณธิมา กล่าว
ยอดนิยม
TRT คว้าออเดอร์ กฟน. 760 ล้าน ทุ่ม 126 ล้านบาท ลุยลงทุนขยายโรงงาน คาดรายได้ปี 69 สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ค่าเงินบาทวันนี้ 13 มี.ค. 2569
แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ลงนามข้อตกลงครั้งสำคัญกับ KS Hotels
SO เปิดแผนซื้อหุ้นคืน ตอกย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง เพิ่มประสิทธิภาพกำไรต่อหุ้น (EPS) ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 3,000 ลบ.