จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SFLEX ต่อยอดธุรกิจ ผนึกไทยยูเนี่ยนตั้งบริษัทร่วมทุน ยกระดับการดำเนินงานสู่สากล


04 มีนาคม 2569

SFLEX_รายงานพิเศษ S2T (เว็บ) copy_0.jpg

บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX)
ต่อยอดความเชี่ยวชาญขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผนึกบมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ตั้ง “สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง” รองรับทิศทางอุตสาหกรรมในอนาคต และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) และบริษัท ไทยยูเนี่ยน กราฟฟิกส์ จำกัด บริษัทย่อยของ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) นับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทย หลังจัดตั้งบริษัทร่วมทุน “สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง” ในสัดส่วนการถือหุ้น 51:49 โดย SFLEX เป็นผู้ถือหุ้นหลัก และมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการระบบการผลิต การควบคุมคุณภาพ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ดร.สมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SFLEX ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการขยายกำลังการผลิต แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานสู่ระดับสากล ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว

โรงงานสตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จังหวัดสมุทรสาคร บนพื้นที่ 7 ไร่ มีกำหนดเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2568 โดยถูกออกแบบให้สามารถผลิตบรรจุภัณฑ์รองรับสินค้าได้หลากหลายประเภท ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์อาหารที่เก็บในอุณหภูมิห้อง อาหารแช่เย็น อาหารแช่แข็ง ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคอื่น ๆ

จุดเด่นของโรงงานแห่งนี้ คือการนำเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต และลดการใช้พลังงาน สอดรับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพควบคู่ความยั่งยืน

ในด้านมาตรฐาน โรงงานได้รับการรับรองจาก GMP, HACCP, ISO 9001, BRCGS Packaging Issue 7 รวมถึง TU Social (Internal Audit) สะท้อนถึงการดำเนินงานที่สอดคล้องกับข้อกำหนดระดับสากล ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจระดับโลก

ปัจจุบันอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่แนวคิด Sustainable Packaging เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งการลดใช้วัสดุ การออกแบบให้รีไซเคิลได้ และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร โรงงานแห่งใหม่นี้จึงถูกวางระบบให้รองรับการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบสนองความต้องการของแบรนด์ชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับ ESG และห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน

การจับมือกับกลุ่ม TU ซึ่งเป็นผู้ประกอบการอาหารระดับโลก ยังช่วยสร้าง Synergy ทางธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องการบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูงและได้มาตรฐานสากล เพิ่มโอกาสขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ซึ่งปัจจุบันโรงงานมีกำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 200 ล้านซองต่อปี และมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 800 ล้านซองต่อปี ภายใน 5 ปี เพื่อรองรับแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ โดยในช่วง 3 ปีแรก บริษัทจะมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารที่เก็บในอุณหภูมิห้อง อาหารแช่เย็น และอาหารแช่แข็ง ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการสูงและมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง

ด้านเป้าหมายรายได้ บริษัทร่วมทุนตั้งเป้าสร้างรายได้ 400 ล้านบาทภายใน 3 ปีแรก และเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาทภายในปีที่ 5 สะท้อนความมั่นใจต่อศักยภาพการเติบโตของตลาด รวมถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตรทั้งสองฝ่าย

สำหรับ SFLEX การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้าน Flexible Packaging และขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่การร่วมมือกับพันธมิตรที่มีเครือข่ายระดับโลกอย่าง TU ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและขยายตลาดต่างประเทศ

ดังนั้น “สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง” จึงไม่ใช่เพียงการเปิดโรงงานใหม่ แต่เป็นการวางรากฐานธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน รองรับทิศทางอุตสาหกรรมในอนาคต และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว