Talk of The Town

PRINC เปิดกลยุทธ์ปี 69 มุ่งขยายบริการ "โรคซับซ้อน" จับมือ Gift Fertility ยกระดับเวชศาสตร์เจริญพันธุ์


02 มีนาคม 2569

 PRINC เปิดกลยุทธ์ปี 69_S2T (เว็บ) copy_0.jpg
บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน)
หรือ PRINC ผู้ดำเนินธุรกิจเครือโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ บริษัท กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ จำกัด (Gift Fertility) ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ระดับสากล ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในโครงการ "Strategic Partnership Signing Ceremony Advancing Total Fertility Solution" เพื่อร่วมกันจัดตั้ง ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก (Fertility Center) ที่ครบวงจร มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการรักษาผู้มีบุตรยากในภูมิภาค ณ ห้องประชุมปันรักษ์ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ นายแพทย์วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) PRINC  กล่าวว่า “จากสภาวะสังคมปัจจุบันที่เผชิญปัญหาการมีบุตรยากและอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างประชากรของประเทศไทยในระยะยาว PRINC Group และ Gift Fertility จึงเล็งเห็นโอกาสในการร่วมกันนำเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ทันสมัย (Assisted Reproductive Technology - ART) อาทิ IUI, IVF, และ ICSI ที่ Gift Fertility มีความเชี่ยวชาญ มาให้บริการ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างครอบครัวและตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับบริการคนไทยและต่างชาติ

โดยในปี 2569 นี้ PRINC มุ่งมั่นที่จะเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลที่สร้างระบบนิเวศทางสุขภาพที่ยั่งยืนในทุกภูมิภาคของประเทศที่มีคุณภาพที่ดีและเข้าถึงได้ และความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกลุ่มพริ้นซ์  ในการขยายบทบาทจากผู้ให้บริการด้านการรักษาพยาบาล ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการ Healthcare แบบองค์รวมมากยิ่งขึ้น โดยเราให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในทุกช่วงชีวิต (Life-stage Healthcare) ตั้งแต่การวางแผนครอบครัว การมีบุตร การดูแลแม่และเด็ก ไปจนถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในระยะยาว ดังนั้นบริการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ (Fertility & Reproductive Medicine) จึงเป็นหนึ่งในบริการเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยเติมเต็ม Ecosystem การดูแลสุขภาพของเครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ ให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น”

นายฆนัท ศิริสุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) PRINC Group กล่าวเสริมว่า “เป้าหมายหลักในการผนึกกำลังกับ Gift Fertility ครั้งนี้ คือการร่วมกันลงทุนจัดตั้งและดำเนินการ Fertility Center ที่มีมาตรฐานระดับโลก โดยใช้จุดแข็งของเครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วไทย ผสานกับความเชี่ยวชาญของ Gift Fertility เพื่อสร้างทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ที่เผชิญภาวะมีบุตรยากในพื้นที่ที่มีศักยภาพที่มีโรงพยาบาลในเครือพริ้นซ์ดำเนินการอยู่ โดยคาดว่าจะเริ่มแห่งแรกในปี 2569 ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ปากน้ำโพ เพราะเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพและความต้องการที่สูง โดยเราคาดหวังว่าศูนย์ Fertility Center จะได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งผู้ที่ต้องการมีบุตรในพื้นที่และเครือข่ายส่งต่อของกลุ่มโรงพยาบาลพริ้นซ์  โดยผู้ที่สนใจสามารถสามารถเข้ามารับคำปรึกษาที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ใกล้บ้านท่านได้

ในระยะเริ่มต้น เรามุ่งเน้นการวางรากฐานด้านมาตรฐานห้องปฏิบัติการ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีคุณภาพสูง และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อยกระดับการบริการไปสู่ระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการ ส่วนในมิติของการเติบโต เรายังมองทั้งในแง่ของจำนวนรอบการรักษา การขยาย Satellite Clinics เพื่อเพิ่มการเข้าถึง และการต่อยอดบริการที่เกี่ยวเนื่อง เช่น Genetic Testing หรือ Advanced Reproductive Technology ในอนาคต เราเชื่อว่าด้วยศักยภาพความร่วมมือในครั้งนี้ของทั้งสองพันธมิตร จะไม่เพียงสร้างผลตอบแทนและการเติบโตของรายได้ แต่จะสร้าง “ผลตอบแทนทางสังคม” ผ่านการเติมเต็มความหวังให้กับครอบครัวจำนวนมาก”

มร.ไลโอเนล โซห์ วี ฉัว ประธานกรรมการ บริษัท กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนมุมมองระยะยาวของเรา ต่ออนาคตของเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ในประเทศไทย ก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างระบบบริการที่มีมาตรฐาน เชื่อมโยงกันได้ และสามารถขยายผลได้อย่างยั่งยืน เราเชื่อว่าการดูแลผู้มีบุตรยากไม่ควรถูกจำกัดด้วยโครงสร้างที่แยกส่วน แต่ควรถูกออกแบบเป็นเครือข่ายที่บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ มีธรรมาภิบาลที่ชัดเจน และให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของผู้ป่วย การผสานความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของ Gift Fertility เข้ากับศักยภาพเครือข่ายโรงพยาบาลของ PRINC Group จะช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้กับระบบการรักษา ซึ่งไม่เพียงยกระดับผลลัพธ์ทางคลินิก แต่ยังสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับระบบสุขภาพโดยรวม”

จากเทคโนโลยี สู่ระบบที่สร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว Gift Fertility เชื่อว่าความสำเร็จของการรักษาผู้มีบุตรยากไม่ได้เกิดจากเครื่องมือที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบการทำงานที่ออกแบบอย่างรอบคอบและมีมาตรฐานชัดเจน แนวคิดนี้สะท้อนผ่านองค์ประกอบสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีหลักฐานรองรับ ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ มาตรฐานการดูแลที่สม่ำเสมอ และระบบกำกับติดตามผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษา แต่สิ่งที่ Gift Fertility ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการรักษามาตรฐานของกระบวนการดูแลในทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ปลอดภัย มีความต่อเนื่อง และตรวจสอบได้

มร.ไลโอเนล โซห์ วี ฉัว กล่าวต่อว่า “เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ ความเชื่อมั่นที่แท้จริงเกิดจากระบบที่มีมาตรฐานและความรับผิดชอบในระดับองค์กร มีการติดตามและประเมินผลลัพธ์การรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรักษาความไว้วางใจของผู้รับบริการในระยะยาว” Total Fertility Solution: มากกว่าการรักษา คือการออกแบบระบบการดูแล ความร่วมมือกับ PRINC Group สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “Total Fertility Solution” ของ Gift Fertility ซึ่งครอบคลุมมิติการป้องกัน การรักษา และการส่งเสริมสุขภาวะ โมเดลใหม่นี้จะช่วยให้การประเมินเบื้องต้น การรักษา และการส่งต่อเชื่อมโยงกับการวินิจฉัยขั้นสูงและการดูแลแบบสหสาขาอย่างไร้รอยต่อ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งต่อผู้ป่วย และยกระดับมาตรฐานบริการโดยรวม

วางรากฐานสู่เครือข่ายการรักษาผู้มีบุตรยากระดับภูมิภาค ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมสุขภาพไทย ที่มุ่งพัฒนา Specialty Network ภายใต้การบริหารจัดการแบบมืออาชีพ เพื่อรองรับทั้งผู้รับบริการชาวไทยและต่างชาติ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ของ Gift Fertility เข้ากับศักยภาพเครือข่ายโรงพยาบาลของ PRINC Group ความร่วมมือนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และระบบสุขภาพไทยโดยรวม”

PRINC เปิดแผนปี 69

นายแพทย์วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ว่า “PRINC Group จะมุ่งเน้นในแนวทางหลักที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรในปี 2569 ได้แก่

1. ด้านการเติบโต (Growth Strategy)

การขยายเครือข่ายผ่านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A): บริษัทจะรับรู้รายได้เพิ่มเติมผ่าน การเข้าลงทุนในกลุ่มโรงพยาบาล ป.แพทย์ จังหวัดนครราชสีมา (ป.แพทย์ 1 และ ป.แพทย์ 2) จำนวนเตียงรวม 282 เตียง และการเปิดโรงพยาบาลใหม่ในจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 59 เตียง เพื่อสร้าง Economy of Scale ในระดับภูมิภาค

การขยายขอบเขตการรักษา (Medical Capability): การมุ่งขยาย Product การให้การบริการ โรคซับซ้อนเพิ่มขึ้นในทุกจังหวัดผ่านการขยายของ Center of Excellence (CoE) และ Special Business Unit (SBU) เช่น ศูนย์หัวใจ, ศูนย์กระดูกและข้อและศูนย์มะเร็งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเสริมศักยภาพและสร้างรายได้ส่วนเพิ่ม

2. ด้านการเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพในการทำงาน (Quality & Efficiency)

มุ่งเน้น Efficiency: ปรับโครงสร้างและควบคุมต้นทุนและการดำเนินการ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานตามเป้าหมายและความคล่องตัวในการดำเนินงานในสถานการณ์ต่างๆ

มาตรฐานระดับสากล: การผลักดันให้โรงพยาบาลในเครือได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI หรือ GHA (Global Healthcare Accreditation) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและต่างชาติ

Digital Transformation: การนำระบบเทคโนโลยีใหม่และ Ai มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ Clinical ลดขั้นตอนการทำงาน ลดความผิดพลาด และเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการแก่คนไข้

3. ด้านการเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ (Medical Capability)

สร้างพันธมิตรทางการแพทย์: ร่วมมือกับสถาบันการแพทย์ชั้นนำเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ รวมถึงการดึงบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาเสริมทัพ

เพิ่มนวัตกรรมการรักษา: นำเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและลดระยะเวลาการพักฟื้นของผู้ป่วย

4. ด้านการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน (ESG)

E (Environment): มุ่งเน้นการประหยัดพลังงานในอาคารเพิ่มเติม โครงการโรงพยาบาลสีเขียว (Green Hospital) และการจัดการขยะติดเชื้ออย่างเป็นระบบ

S (Social): การเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนในจังหวัดต่างๆ ผ่านการสร้างการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในชุมชนที่ห่างไกลผ่านโครงการ CSR และการดูแลสุขภาวะของชุมชนรอบข้างโรงพยาบาล ภายใต้ปณิธาน "องค์กรที่สร้างคนที่มีจิตใจของผู้ให้เพื่อช่วยเหลือคน ชุมชน และสังคม"

G (Governance): การมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน

ด้าน นายฆนัท ศิริสุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมอีกว่า “เรากำลังยกระดับเครือข่ายธุรกิจโรงพยาบาลของเราไปสู่การเป็นผู้บริการระดับภูมิภาค โดยปัจจุบันเรามีโรงพยาบาล 19 แห่งที่มีมาตรฐานในการรักษาที่ดีเข้าถึงได้ ครอบคลุม 15 จังหวัดที่มีศักยภาพของประเทศ และมีจำนวนเตียงรวม 1,725 เตียง

นอกจากนี้เรายังขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการแพทย์ที่มีอัตราการเติบโตสูง เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมและเติมเต็ม Ecosystem ภายในกลุ่ม เช่น จัดตั้งศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ‘Fertility Center’ ร่วมกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ และการเริ่มธุรกิจ ‘บ้านอาจารย์พงศ์ศักดิ์’ (“BMPS”) ที่มุ่งเน้นการดูแลผู้สูงวัยและผู้ป่วยพักฟื้นแบบครบวงจรที่มีมาตรฐานในราคาที่เข้าถึงได้ โดยจะเปิดสาขาแรกที่ถนนศรีนครินทร์ในเดือนมีนาคม 2569 เพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพระดับโลกและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับกลุ่มบริษัทฯ พร้อมทั้งสร้างคุณค่าให้กับสังคมและชุมชนตามปณิธานขององค์กร”