จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : NER วางวิสัยทัศน์ก้าวสู่ปีที่ 21 เดินหน้ากลยุทธ์สร้างมูลค่าเพิ่ม ย้ำบทบาทผู้นำอุตฯยางระดับโลก


24 กุมภาพันธ์ 2569

NER รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ หรือ NER ก้าวเข้าสู่ปีที่21 มุ่งสู่การเป็นผู้สร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยางอย่างครบวงจร พร้อมเดินหน้าลงทุนขยายโรงงาน ย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมยางพาราระดับโลกในระยะยาวภายใต้วิสัยทัศน์ “NER Creating Value Beyond Rubber” 

เส้นทาง 20 ปี สู่ความแข็งแกร่งระดับสากล

“ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NER ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา NER พัฒนาศักยภาพธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกำลังการผลิต เทคโนโลยี และระบบบริหารจัดการ โดยมีฐานการผลิตหลักตั้งอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบยางพาราที่สำคัญของประเทศ ปัจจุบัน NER ถือเป็นโรงงานผลิตยางพาราแปรรูปในประเทศไทยที่มีกำลังการผลิตสูงที่สุดในระดับโลก สะท้อนความได้เปรียบด้านขนาดการผลิต ประสิทธิภาพต้นทุน และความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าระดับสากลได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความสำเร็จนี้มาพร้อมกับการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยางพารา การรักษาวินัยทางการเงิน การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถยืนหยัดและเติบโตได้ในทุกช่วงเวลาที่ผ่านมา

ปี 69 เพิ่มกำลังผลิตรองรับความต้องการโลก

สำหรับปี 2569 NER วางแผนขยายกำลังการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ด้วยงบลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรวมสู่ระดับประมาณ 500,000 ตันต่อปี ภายในช่วงปี 2569–2570 การลงทุนดังกล่าวมีเป้าหมายรองรับคำสั่งซื้อจากกลุ่มผู้ผลิตยางล้อรถยนต์ชั้นนำของโลก รวมถึงการขยายตัวของตลาดจีนและอินเดีย ซึ่งมีความต้องการยางพาราเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

การเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตครั้งนี้ จะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของ NER ในตลาดโลก และตอกย้ำบทบาทการเป็นฐานการผลิตหลักของลูกค้าระดับสากลในระยะยาว

พัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง

นอกเหนือจากการขยายกำลังการผลิต NER ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อยกระดับโครงสร้างรายได้และลดความผันผวนจากราคายางพาราในตลาดโลก โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนสินค้า อาทิ ยางผสมสูตรเฉพาะตามความต้องการของลูกค้า (Mixture Rubber) และผลิตภัณฑ์แผ่นปูรองนอนปศุสัตว์ (Rubber Floor Mat) ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง และช่วยกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขับเคลื่อน ESG ควบคู่การเติบโตทางธุรกิจ

ในมิติความยั่งยืน NER ดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยได้รับการจัดอันดับความยั่งยืนระดับ AAA จาก SET ESG Ratings รวมถึงติดอันดับ ESG100 ของสถาบันไทยพัฒน์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 (2562–2568) ในกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล พร้อมตั้งเป้าหมายสู่การเป็นองค์กร Net Zero ผ่านการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบยางพารา (Traceability) เพื่อสร้างความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน

20 ปีแห่งการสั่งสม สู่การเติบโตยั่งยืน

ปี 2569 สะท้อนการต่อยอดความแข็งแกร่งตลอด 20 ปีของ NER จากทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และการบริหารจัดการอย่างมีวินัย บริษัทพร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคง สร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้เกษตรกร ชุมชน และสังคม พร้อมพัฒนาธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมยางพาราระดับโลกในระยะยาว ภายใต้ พันธกิจ “NER สร้างคุณค่าที่มากกว่ายาง”

NER