
คงต้องยอมรับว่าตลาดหุ้นไทยในปี 2569 ได้ปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่น จากราคาหุ้นขนาดใหญ่หลายๆตัวที่ได้ปรับตัวขึ้นมา ซึ่งนอกจากสร้างโอกาสให้แก่นักลงทุน กองทุนรวมหุ้นไทยก็มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง หรือ VAYU 1 ที่มีการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่
จากการสืบค้นและรวมรวบข้อมูลพอร์ตการลงทุนของ VAYU 1 พบว่า 5 หุ้นที่มูลค่าลงทุนสูงสุด ได้ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างโดดเด่น เริ่มจากบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ที่มีสัดส่วนอยู่ 21.18% ของ NAV ซึ่งราคาหุ้นนับจากต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 20 ก.พ. 69) ปรับตัวขึ้นมา 6.47% มาอยู่ที่ระดับ 148 บาท และหากอ้างอิงจากข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 3 ก.ย. 68) ที่มีการถือครองหุ้นอยู่ที่ 785,298,200 หุ้น คิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ 116,224 ล้านบาท
ถัดมาเป็นบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT มีสัดส่วนอยู่ 16.33% ของ NAV โดยราคาหุ้นนับจากต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 20 ก.พ. 69) ปรับตัวขึ้นมา 15.63% มาอยู่ที่ระดับ 37 บาท และหากอ้างอิงจากข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 2 ต.ค. 68) ที่มีการถือครองหุ้นอยู่ที่ 2,843,724,100 หุ้น คิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ 105,217 ล้านบาท
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC มีสัดส่วนอยู่ 6.27% ของ NAV โดยราคาหุ้นนับจากต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 20 ก.พ. 69) ปรับตัวขึ้นมา 23.32% มาอยู่ที่ระดับ 386 บาท และหากอ้างอิงจากข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 20 ส.ค. 68) ที่มีการถือครองหุ้นอยู่ที่ 68,833,700 หุ้น คิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ 26,569 ล้านบาท
บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA มีสัดส่วนอยู่ 6% ของ NAV โดยราคาหุ้นนับจากต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 20 ก.พ. 69) ปรับตัวขึ้นมา 35.26% มาอยู่ที่ระดับ 234 บาท และหากอ้างอิงจากข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 28 ก.พ. 68) ที่มีการถือครองหุ้นอยู่ที่ 111,172,800 หุ้น คิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ 26,014 ล้านบาท
และสุดท้าย บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF มีสัดส่วนอยู่ 5.28% ของ NAV โดยราคาหุ้นนับจากต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 20 ก.พ. 69) ปรับตัวขึ้นมา 44.31% มาอยู่ที่ระดับ 60.25 บาท และหากอ้างอิงจากข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 17 เม.ย. 68) ที่มีการถือครองหุ้นอยู่ที่ 350,070,018 หุ้น คิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ 21,091 ล้านบาท