GULF- STECON ทะยานแรง มาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นรวมกัน 1.6 แสนลบ. หลัง “ภูมิใจไทย” ชนะเลือกตั้ง

2 บริษัทชื่อดังอย่าง บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เจ้าของโรงไฟฟ้ารายใหญ่ของไทย และบริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ผู้รับเหมารายใหญ่ของไทยเช่นกัน ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง
โดยจากการสำรวจข้อมูลราคาหุ้นนับตั้งแต่หลังเลือกตั้งไทย ที่พรรคภูมิใจไทยคว้าคะแนนสูงเป็นอันดับ 1 นั้น พบว่า ราคาหุ้น GULF ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง เมื่อเทียบกับราคาปิดการซื้อขายของวันที่ 6-20 ก.พ.69 โดยหากอ้างอิงราคาปิดวันที่ 20 ก.พ.2569 พบว่า ปิดการซื้อขายที่ 60.25 บาท เพิ่มขึ้น 21% จากราคาปิดการซื้อขายเมื่อวันที่ 6 ก.พ.69
ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือ มาร์เก็ตแคป พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 156,868 ล้านบาท หรือเพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 900,125 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน
ขณะที่ STECON อีกหนึ่งบริษัทที่ราคาเพิ่มขึ้นโดดเด่น โดยในช่วงเวลาเดียวกันพบว่า ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ระดับ 10.3 บาท เพิ่มขึ้น 28% จากราคาปิดการซื้อขายเมื่อวันที่ 6 ก.พ.69
ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือ มาร์เก็ตแคป พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 3,493 ล้านบาท หรือเพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 15,646 ล้านบาท
จากประเด็นที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของทั้ง 2 บริษัทเพิ่มขึ้นรวมกันกว่า 160,362 ล้านบาท หรือมีมูลค่ารวมกัน 915,771 ล้านบาท ในระยะเวลาเพียง 10 วันทำการเท่านั้น
ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของ GULF นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า คงคำ แนะนำ “ซื้อ” เบื้องต้นคงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 69 ที่ 60.50 บาท/หุ้น อย่างไรก็ตามมีโอกาสปรับราคาเหมาะสมขึ้นได้อีกไม่น้อยกว่า 2.50-5.00 บาท/หุ้น ตามการปรับราคาเหมาะสมของ ADVANC ขึ้นในบทวิเคราะห์วันที่ 4 ก.พ. รวมถึงการรวมมูลค่าการถือหุ้น KBANK ของบริษัทฯ และรายได้จากเงินปันผลจากการถือหุ้นดังกล่าว (คาดราว 2.1 พันล้านบาท โดยอิง สมมติฐานเงินปันผลของ KBANK ที่ระดับ 10.00 บาท/หุ้น)
ส่วน STECON นักวิเคราะห์ค่ายดังกล่าวมองว่า เบื้องต้นยังคงราคาเหมาะสมเดิม ณ สิ้นปี 69 เอาไว้ที่ 8.00 บาท โดยภายหลังจากการเลือกตั้ง ราคาหุ้นปรับขึ้นมาแล้ว 25% สะท้อนปัจจัยบวกจากแนวโน้มรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพมากขึ้นไปพอสมควรแล้ว และแม้มีโอกาสในการปรับประมาณการกำไรและราคาเหมาะสมขึ้นภายหลังได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากประชุมนักวิเคราะห์ แต่คาดราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside gain จากราคาเหมาะสมใหม่ค่อนข้างจำกัด (ต่ำกว่า 15%) จึงลดคำแนะนำ ลงจาก “ซื้อ” เป็น “TRADING” แนะนำเพิ่มความระมัดระวังในการเข้าลงทุน เชิงกลยุทธ์รอเก็งกำไรจังหวะที่ราคาหุ้นย่อตัว
ยอดนิยม
CPAXT ปี 68 กำไรทรุด 11% เหลือ 9.35 พันลบ. เหตุยอดขายลดลง บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.53 บาทต่อหุ้น
GULF- STECON ทะยานแรง มาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นรวมกัน 1.6 แสนลบ. หลัง “ภูมิใจไทย” ชนะเลือกตั้ง
ศาลฏีกาสหรัฐฯ คว่ำภาษีทรัมป์ โบรกฯ ชี้หนุนอัพไซด์ GDP ไทยปี 69 แนะนำ 15 หุ้นจ่อรับประโยชน์