รายงานพิเศษ : SSP ธุรกิจเข้าสู่รอบฟื้นตัว ผลงานปี 2569 โตแข็งแกร่ง รับรู้รายได้โรงไฟฟ้า Leo2

บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) ผลงานผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และเดินหน้าเข้าสู่รอบการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง จากการรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม LEO 2 ในประเทศญี่ปุ่น และไม่มีการปิดซ่อมสายส่งของโครงการลมในเวียดนามเหมือนในปีก่อน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด วิเคราะห์หุ้นบมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) โดยคาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 4/68 ที่ระดับ 229 ล้านบาท เติบโต 92% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 24% จากปีก่อน เป็นจุดสูงสุดของปี คาดกำไรปกติสามารถเติบโตได้จากไตรมาสก่อนแม้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาวในประเทศญี่ปุ่น(กดดันความสามารถในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์) เพราะสามารถชดเชยจาก
1. การรับรู้รายได้ของโครงการแสงอาทิตย์ SPN ในไทยที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังการดำเนินการเปลี่ยนแผง Solar PV(Repowering) เสร็จสิ้นทั้งโครงการ (ประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นราว 15-20%) รวมถึงการออกจากช่วง Low Season ของโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในประเทศ
2. ปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในไทยและเวียดนาม
3. การเริ่มรับรู้รายได้ของโครงการแสงอาทิตย์ Leo 2 (ขนาด 16 MW) ในญี่ปุ่น ขณะที่ YoY คาดกำไรปกติลดล แม้โครงการลม Winchai ในไทยมีกระแสลมดีกว่าปีปกติ หลังถูกกดดันจากการหมดสัญญา Adder ของโครงการ SPN ในช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านมา
ดังนั้นหากกำไรปกติไตรมาส 4/68 ออกมาใกล้เคียงที่คาดการ จะส่งผลให้กำไรปกติปี 68 อยู่ที่ระดับ 611 ล้านบาท ลดลง 26%จากปีก่อน ใกล้เคียงกับประมาณการ ทั้งนี้หากมองไปในปี 2026 คาดกำไรปกติที่ 691 ล้านบาท (+13%จากปีก่อน) จากการรับรู้รายได้ที่สูงขึ้นของโครงการ SPN หลังการทำ Repowering เสร็จสิ้นในช่วงไตรมาส 4/68 และการรับรู้รายได้ของโครงการ Leo2 แบบเต็มปีเป็นครั้งแรก
ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 1/69 เบื้องต้นคาดกำไรปกติที่ระดับ 240-260 ล้านบาท เติบโตทั้งจากไตรมาสก่อน และ จากปีก่อนจาก 1.การรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ SPN หลังการทำ Repowering เสร็จสิ้นแบบเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก 2.การรับรู้รายได้จากโครงการ Leo 2 แบบเต็มไตรมาส 3.ไม่มีการปิดซ่อมสายส่งของโครงการลมในเวียดนามเหมือนในปีก่อน
ดังนั้นคงราคาเหมาะสม สิ้นปี 69 ที่ 4.80 บาท/หุ้น มี Upside 50.9% โดยมองว่าผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และเริ่มเข้าสู่รอบการฟื้นตัวในปี 2026 หลังผ่านฐานการปรับกำไรแล้ว (ผลจากการหมดสัญญา Adder) รวมถึงสถานการณ์การเมืองเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังการเลือกตั้งจะช่วยหนุนโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน และความคืบหน้าของแผน PDP ฉบับใหม่ ให้สามารถเดินหน้าต่อได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PER 26 เพียง 5.7 เท่า จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ซึ่งสอดคล้องกับมุมมอง นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SSP ที่เชื่อว่า ผลงานในไตรมาส 4/68 จะเป็นช่วงที่ดีที่สุดของปี โดยได้รับปัจจัยบวกจากช่วงไฮซีซั่นโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่คาดว่า จะมีค่าแรงลมดีที่สุด เหมาะสมต่อการผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ
อีกทั้งยังเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม LEO 2 ในประเทศญี่ปุ่นได้ทันที ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 68 มีแนวโน้มอยู่ในระดับที่ดี แม้ว่าในระหว่างปีจะมีหลายปัจจัยกดดันก็ตาม