จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SFLEX ธุรกิจมั่นคง ความเสี่ยงต่ำ Dividend yield สูงแตะระดับ 7% แนะนำซื้อ-เพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 3.70 บาท


06 กุมภาพันธ์ 2569

SFLEX รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง โบรกเกอร์มองเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคง และ Dividend yield สูงแตะระดับ 7% แนะซื้อ

บล.ฟินันเซีย  คาดการณ์ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 ของบมจ.สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) ว่า แนวโน้มกำไรดูดีกว่าที่ได้ประเมินก่อนหน้านี้ จากรายได้ที่ยังรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ และผลประกอบการของบริษัทร่วม Starprint Vietnam ที่น่าจะทรงตัวในระดับสูงตามฤดูกาล

โดยคาด SFLEX มีกำไรสุทธิ 66.9 ล้านบาท +7.1% จากไตรมาสก่อน ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ใกล้เคียงเดิม  แต่เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน -12.6% จากปีก่อน  เนื่องจากค่าใช้จ่ายบริหารในไตรมาส 4/67 ต่ำกว่าปกติจากการกลับสำรองการด้อยค่าของสินค้าคงคลัง

ซึ่งจากกำไรไตรมาส 4/68 ที่ดูดีกว่าที่เราเคยประเมิน ทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 68 สูงกว่าเดิมที่คาดเล็กน้อย 2.2% ถึงอย่างนั้นก็ตาม เราคาดกำไรสุทธิทั้งปีลดลง 11.8 % จากปีก่อน เป็น 247.7 ล้านบาท เนื่องจาก

1) ค่าใช้จ่ายในการทำ CSR เพิ่มขึ้น  2) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง 28.7% y-y จากค่าเงินบาทที่แข็งค่ากว่าเงินดองเวียดนามและรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัท Starunion Packaging  (SFLEX ถือ 50.0%) เพราะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงาน

ปรับประมาณการกำไรปกติปี 69-70 ขึ้นเล็กน้อย 2.7% และ 6.1% โดยหลักมาจากการปรับเพิ่มรายได้เพราะแนวโน้มการจับจ่ายสินค้าอุปโภคที่จำเป็นยังคงขยายตัว และปรับลดส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมเล็กน้อย ภายหลังการปรับประมาณการ

ทั้งนี้คาดรายได้ปี 69 ยังคงเติบโต 4.4% จากปีก่อน สอดคล้องกับการขยายตัวของการบริโภคในประเทศและภาคท่องเที่ยว แต่การแข่งขันที่สูง การเจรจาต่อรองจากลูกค้าเป็นระยะ ขณะที่บริษัทคุมต้นทุนและรายจ่ายเข้มข้นมาแล้วกว่า 1 ปี  และได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI จากการลงทุนพัฒนาชุมชน ทำให้อัตราภาษีจ่ายเหลือเพียง 0-1.5% จึงทำให้เราคาดกำไรปกติ 69 ทำได้เพียงทรงตัว

ขณะที่ SFLEX ผ่านการเติบโตสูงไปแล้วในปี 66-67 (+231%/53%)  ทำให้การเติบโตในระยะ 1-2 ปีข้างหน้าคาดกลับสู่ระดับปกติใกล้เคียงการเติบโตของการบริโภคในประเทศ แต่ธุรกิจมีความมั่นคง ความเสี่ยงต่ำ และบริษัทยังเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็นประมาณ 80% ของกำไร (ครึ่งแรกปี 68) ทำให้ Dividend yield สูงราว 7% ต่อปี จึงคงคำแนะนำซื้อ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 3.70 บาท (อิง 2026E P/E เดิมที่ 12x)

ด้าน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SFLEX ดร.สมโภชน์ วัลยะเสวี ระบุ แนวโน้มในไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ คาดว่าผลประกอบการจะยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายช่วงปลายปี  โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหารและอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ SFLEX

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในทิศทางทรงตัวยังเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดต้นทุนเม็ดพลาสติก ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยังมีการแข่งขันสูงจากผู้เล่นรายใหม่ แต่ SFLEX ยังคงรักษาความได้เปรียบจากฐานลูกค้ารายใหญ่ที่มีความมั่นคง และการพัฒนาเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ จะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันและความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทฯ มองว่าปี 2568 เป็นช่วงสำคัญของการวางรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อาทิ การบริหารจัดการด้านพลังงาน โดยการติดตั้ง Solar Rooftop ,การบริหารการจัดหาวัตถุดิบ โดยการเพิ่มจำนวน Supplier เพิ่มอำนาจในการต่อรองด้านราคา และทางเลือกในการหาวัตถุดิบที่เหมาะสม รวมถึงการลงทุนในการผลิตฟิลม์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งช่วยทดแทนการนำเข้าหรือซื้อจากผู้ขายภายนอก พร้อมการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น

โดยคาดว่าในปี 2569 จะเห็นภาพการเติบโตที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากบริษัทย่อยในต่างประเทศที่ตลาดกลับมาฟื้นตัว และการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง และบริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลธุรกิจต้นน้ำ ทั้งด้านการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี รวมถึง Strategic Partner หลายประเภทเพื่อสามารถควบคุมกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น