Fund / Insurance

คปภ. แถลงแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ผ่านยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้านรับมือความเสี่ยง


06 กุมภาพันธ์ 2569

คปภ.jpg

คปภ. แถลงแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 วางยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน พลิกบทบาทประกันภัยไทยรับมือความเสี่ยงยุคใหม่ สู่ National Risk Buffer เสริมความมั่นคงของประเทศ

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า หากมองย้อนกลับไปในแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 4 ประเทศไทยได้ร่วมกันวางรากฐานสำคัญด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม บริบทของโลกในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 มิได้เป็นเพียงแผนต่อเนื่อง แต่เป็น “วิวัฒนาการเชิงโครงสร้าง” ของระบบประกันภัยไทย ที่ยกระดับจากการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ไปสู่การบริหารความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในระดับประเทศอย่างแท้จริง

แผนฉบับที่ 5 ได้ยกระดับไปสู่การกำกับดูแลแบบมองภาพรวมกลุ่มธุรกิจ (Group-wide Supervision) เพื่อปิดช่องว่างความเสี่ยงเชิงระบบอย่างครบวงจร ที่สำคัญที่สุดแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ได้ปรับบทบาทของระบบประกันภัยไทยจากการเป็น “ทางเลือก” ให้กลายเป็น “National Risk Buffer” หรือกลไกสำคัญ ในการรองรับแรงกระแทกของประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และความสามารถในการรับมือกับ ความเสี่ยงขนาดใหญ่ในระยะยาวอย่างยั่งยืน    

สำนักงาน คปภ. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดจากทุกสายงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 เป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดตั้งทีมบุคลากรศักยภาพสูงจากทุกภาคส่วน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนามาตรการเชิงนโยบายอย่างรอบด้าน ก่อนนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อให้แผนฉบับนี้มีความครบถ้วน ครอบคลุม และสามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในทุกมิติได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ดำเนินการภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่   

ยุทธศาสตร์ Stability มุ่งสร้างความมั่นคงของระบบประกันภัย ผ่านมาตรฐานเงินกองทุนที่เข้มแข็ง การกำกับดูแลแบบรวมกลุ่มธุรกิจ และการบูรณาการหลัก ESG เป็นแกนกลาง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากลและลดต้นทุนความเสี่ยงของภาคธุรกิจ   

ยุทธศาสตร์ Resilience ยกระดับการบริหารความเสี่ยงจากการตั้งรับภัยพิบัติ ไปสู่การใช้แบบจำลองความเสี่ยงขั้นสูง (Advanced Risk Modelling) เพื่อคาดการณ์ ป้องกัน และรองรับความเสียหายจากภัยขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยุทธศาสตร์ Inclusion มุ่งผลักดันให้การประกันภัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้อย่าง เท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นแรงงานอิสระ เกษตรกร หรือกลุ่มเปราะบาง

ยุทธศาสตร์ Technology & Data-Driven ขับเคลื่อนนโยบาย Open Insurance ส่งเสริมการใช้ e-Policy และเทคโนโลยีดิจิทัลในการกำกับดูแล เพื่อยกระดับความโปร่งใสและประสิทธิภาพของระบบประกันภัยไทยในระยะยาว

“หากมองไปข้างหน้าในระยะ 5 ปี เมื่อแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 บรรลุผล ประเทศไทยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบประกันภัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยระบบประกันภัยไทยจะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงที่ประชาชน ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และอุตสาหกรรมประกันภัยจะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางข้อมูล (Data-Driven Hub) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้ธรรมาภิบาลข้อมูลที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบ พร้อมยกระดับบทบาทสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน (ESG) ในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ไม่ใช่แผนของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นแผนที่ ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน โดยสำนักงาน คปภ. พร้อมทำงานเชิงรุก เดินร่วมกับทุกภาคส่วน และติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แผนฉบับนี้สร้างความมั่นคง ความเชื่อมั่น และคุณค่าให้กับประชาชนและประเทศอย่างยั่งยืน” เลขาธิการ คปภ. กล่าว