Talk of The Town

PTT กำไร Q4 โตสนั่น! โบรกฯคาดทะลัก 2.5 หมื่นลบ.โต 168% มีลุ้นปันผลหุ้นละ 1.20 บาท


06 กุมภาพันธ์ 2569

PTT กำไร Q4_S2T (เว็บ).jpg

จับตา
PTT ประกาศงบไตรมาส 4 มีลุ้นกำไรสุทธิทะยาน 2.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 168% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 26% จากไตรมาสก่อน ลุ้นปันผลครึ่งหลังกว่า 1.20 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 3.4% โบรกฯชูเด่นสุดของกลุ่ม แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 39 บาท              

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการ PTT งวดไตรมาส 4/68 คาดมีกำไรสุทธิ 2.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 26% จากไตรมาสก่อน และเติบโต 168% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดประกาศผลประกอบการวันที่ 19 ก.พ.นี้

ทั้งนี้การเติบโตดังกล่าว เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เป็นผลมาจาก แม้ประเมินว่าการปรับฐานของราคาน้ำมันดิบจะทำให้มีโอกาสบันทึกขาดทุนสต็อกน้ำมันสูง รวมทั้งผลการดำเนินงานของธุรกิจก๊าซถูกกดดันจากราคาขายเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม 3. ภาพรวม ผลประกอบการไตรมาส 4/68 จะเติบโตได้จากธุรกิจการกลั่น รวมทั้งกำไร FX จากเงินบาทแข็งค่า และ กำไรทางบัญชี จากการประเมินมูลค่ายุติธรรม (FV) หลังเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน LOTUS (เพื่อเตรียมลดสัดส่วนถือหุ้น) ราว 8 พันล้านบาท

สำหรับธุรกิจก๊าซที่ PTT ดำเนินงานเอง แม้คาด Utilization rate ของโรงแยกก๊าซจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนจากแผนปิดซ่อมบำรุงลดลง และต้นทุน Pool Gas ต่ำลงตามทิศทางราคาก๊าซ ทั้งนี้ คาดกำไรธุรกิจก๊าซจะลดลงจากไตรมาสก่อน จากการปรับตัวลงของราคาขายเฉลี่ยตามทิศทางราคาปิโตรเคมี – น้ำมันเตา

ขณะที่หากไตรมาส 4/68 เป็นไปตามคาด กำไรสุทธิปี 68 จะใกล้เคียงประมาณการทั้งปี จึงปรับปรุงกำไรสุทธิปี 68 เล็กน้อย (ลดลง 3%) และปี 69 ลง 10% สะท้อนการปรับสมมติฐานของบริษัทลูกในช่วงก่อนหน้า

โดยคาดกำ ไรสุทธิปี 69 ยังสามารถเติบโตเป็น 9.4 หมื่นล้านบาท จากแนวโน้มค่าการกลั่นอยู่ในเกณฑ์ดี, ปริมาณขายธุรกิจต้นน้ำเพิ่มขึ้น, กลยุทธ์บริหารจัดการภายใน เช่น โครงการ EBITDA Uplift, ลดค่าใช้จ่าย, เพิ่มประสิทธิภาพดำเนินงาน, การทำ Asset Monetization, การปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงสร้างต้นทุนก๊าซใหม่, การหาพันธมิตรในธุรกิจปลายน้ำช่วยเพิ่มความสามารถแข่งขัน

ขณะที่การกำหนดโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่ของภาครัฐ จะช่วยสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของธุรกิจโรงแยก ก๊าซดีขึ้น ปัจจุบันอยู่ระหว่าง Public Hearing คาดประกาศใช้ภายในครึ่งแรกปี 69 และมีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ม.ค.69 โดยคาดภายใต้โครงสร้างต้นทุนก๊าซใหม่จะช่วยบรรเทาผลกระทบโรงแยกก๊าซแบบ Single Pool (ตั้งแต่ต้นปี 67) แม้ประเมินว่าอัตรากำไรของธุรกิจโรงแยกก๊าซจะยังไม่กลับสู่ช่วงก่อน Single Pool แต่เชื่อว่า EBITDA ธุรกิจโรงแยกก๊าซจะฟื้นตัวได้ดีจากฐานต่ำ ในปัจจุบัน โดยปี 67 และ 9 เดือนปี 68 EBITDA ธุรกิจโรงแยกก๊าซอยู่ที่ 8 พันล้านบาท และ 1.3 พันล้านบาท ตามลำดับ เทียบกับก่อนใช้ Single Pool อยู่ที่ 2-3 หมื่นล้านบาท/ปี

ดังนั้นแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมใหม่ 39 บาท โดย PTT ยังเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงานจากความมั่นคงของกำไร และเงินปัน ผลด้วยสถิติย้อนหลัง 10 ปีท่ามกลางวิกฤต COVID ปี 63 และ Shale Oil ปี 57-58 สามารถ สร้างกำไร และจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ และท่ามกลางอุตสาหกรรมยังไม่สดใสในปี 69 คาดกำไรยังเติบโต ได้จากกลยุทธ์บริหารภายใน และปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนก๊าซ โดยประเมินเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 68 ที่ 1.20 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 3.4%

PTT