Talk of The Town

ระทึก! “การบินไทย” Q4 ส่อบันทึกค่าตอบแทนพิเศษพนักงาน มูลค่าสูงถึง 1 พันลบ. กดผลงานดิ่งหนัก


03 กุมภาพันธ์ 2569

ระทึก การบินไทย_S2T (เว็บ) copy.jpg

THAI ผลงานส่อแววต่ำคาด! นักวิเคราะห์ชี้ ไตรมาส 4/68 จ่อบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานในรูปแบบค่าตอบแทนพิเศษครั้งเดียว 1 พันล้านบาท แถมยังปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงเครื่องบินเป็น 5 พันล้านบาท กดกำไรลดลงทั้งจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 4/68 ของ THAI คาดลดลงทั้งจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยต่ำกว่าคาด จากการบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานในรูปแบบค่าตอบแทนพิเศษครั้งเดียวราว 1 พันล้านบาท และการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงเครื่องบินเป็น 5 พันล้านบาท จากไตรมาส 3/68 ที่ 3.5 พันล้านบาท  กดดัน operating profit margin ทั้งนี้ บริษัทจะบันทึกรายได้จากการกลับรายการภาษีราว 1 พันล้านบาท จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีของโครงการลงทุนที่ยังมีอยู่ เข้ามาช่วยชดเชยบางส่วน

ด้านการดำเนินงานไตรมาส 4/68 คาดว่า passenger yield จะปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานสูงปีก่อน และผลของเงินบาทแข็งค่า มีเพียงเส้นทางออสเตรเลียที่เผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่เส้นทางเอเชียและยุโรป การปรับลด cabin factor ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. สะท้อนการบริหารจัดการ capacity เพื่อรักษาระดับ passenger yield มากกว่าการกระตุ้นปริมาณผู้โดยสาร

สำหรับในปี 69 THAI จะรับมอบเครื่องบินใหม่รวม 20 ลำ (A321 จำนวน 16 ลำ และ B787 จำนวน 4 ลำ) ทำให้จำนวนฝูงบินเพิ่มเป็น 99 ลำ ซึ่งจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน เช่น ค่าเสื่อมราคาและค่าซ่อมบำรุง เพิ่มขึ้นโดยหลักในช่วงครึ่งหลังปี 69 ขณะที่ค่าใช้จ่ายพนักงานยังตั้งเป้าควบคุมไม่ให้เกิน 13% ของรายได้ (ปี 2025: 11%)

ขณะที่กรณีศาลยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งเปิดทางให้บอร์ดชุดใหม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการตัดสินคดี ทั้งนี้ สำหรับธุรกรรมสำคัญของ THAI เช่น การเช่าเครื่องบิน B787 เพิ่ม 10 ลำ หลักการดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากบอร์ดชุดเดิมแล้ว โดยบอร์ดชุดใหม่ได้นำมติที่มีอยู่ไปดำเนินการต่อ ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนต่อการดำเนินงานในระยะสั้น

ส่วนประเด็น ในวันที่ 4 ก.พ. 69 ผู้ถือหุ้นที่ติด Silent period จะสามารถขายได้ไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นที่ถูกล็อก (6.6 พันล้านหุ้น จาก 2.64 หมื่นล้านหุ้น) ซึ่งจะทำให้สัดส่วนหุ้น THAI ที่ซื้อขายได้ในตลาดเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 30% ของหุ้นจดทะเบียนทั้งหมด จากปัจจุบันที่ 6.7% นั้น เมื่อพิจารณาว่ากลุ่มสหกรณ์ที่ถือหุ้นอยู่ราว 24% และกระทรวงการคลัง (39%) มีแนวโน้มถือหุ้นต่อ คาดว่าแรงขายหลักจะมาจากผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ต้องการสภาพคล่อง ส่งผลให้แรงกดดันต่อราคาหุ้นน่าจะอยู่ในวงจำกัด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 11.30 บาท