Fund / Insurance

คปภ.เข้าพบรองนายกฯและ รมว.คมนาคม หารือแนวทางเยียวยาเครนหล่นทับรถไฟโดยสาร


20 มกราคม 2569

เลขาธิการ คปภ. เข้าพบรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม หารือแนวทางช่วยเหลือด้านประกันภัย และการจ่ายเงินเยียวยา เหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟโดยสาร

คปภ.พบ รมว.คมนาคม.jpg

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วยนายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย เข้าพบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยและการจ่ายเงินเยียวยาแก่ทายาทผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟโดยสาร เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟ แห่งประเทศไทย และนายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมการหารือ ณ ห้องรับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมได้หารือและติดตามความคืบหน้าเพื่อสรุปมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทั้งหมด 161 ราย แบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 30 ราย และผู้บาดเจ็บ 69 ราย ซึ่งปัจจุบันยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 15 ราย โดยสรุปยอดเงินช่วยเหลือเยียวยากรณีผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้ว ประกอบด้วย เงินสงเคราะห์พระราชทาน ครอบครัวละ 20,000 บาท และทรงรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

นอกจากนี้ ครอบครัวผู้เสียชีวิตยังได้รับเงินเยียวยาจากการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 340,000 บาท และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 150,000 บาท รวมทั้งเงินเยียวยาจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) รวมจำนวน 1,000,000 บาทต่อราย ซึ่งเป็นการจ่ายเงินภายใต้การรับประกันภัยประเภท CAR (Contractor All Risks) โดยบริษัทประกันภัยดังกล่าวจะดำเนินการจ่ายเงินตามสัดส่วนการรับประกันภัยร่วมกัน เบื้องต้นครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยา ขั้นต่ำรายละ 1,510,000 บาท นอกจากนี้ยังมีวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้บาดเจ็บรวมกว่า 583 ล้านบาท

สำนักงาน คปภ. ได้ติดตามและกำกับดูแลให้การจ่ายเงินเยียวยาและสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว โดยเน้นย้ำให้บริษัทประกันภัยดำเนินการจ่ายเงินให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย มีการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานแสดงตนอย่างชัดเจน เพื่อความโปร่งใสและคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และในกรณีที่ทายาทรายใดยังไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ครบถ้วน บริษัทประกันภัยจะดำเนินการวางเงินต่อศาล เพื่อรอให้ทายาทโดยชอบด้วยกฎหมายมาดำเนินการรับเงินตามขั้นตอนต่อไป

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น สำนักงาน คปภ. พร้อมประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดูแลสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยของ ผู้ประสบเหตุอย่างต่อเนื่อง และร่วมผลักดันแนวทางการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะการศึกษาแนวทางบรรจุประกันภัยการเดินทางโดยรถไฟ เพื่อให้ผู้โดยสารรับทราบสิทธิการเยียวยาที่ชัดเจนทันทีหากเกิดเหตุในอนาคต และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือด้านการประกันภัย สามารถติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICConnect “คปภ. รอบรู้” ตลอด 24 ชั่วโมง