KKP โชว์กำไรปี 68 ทำได้ 5.91 พันลบ. เพิ่มขึ้น 17% หลังผลขาดทุนขายรถยึดลดลง แถมมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP เปิดเผยว่า สำหรับปี 2568 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม จำนวน 5,913 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 เมื่อเทียบกับปี 2567 และมีกำไรเบ็ดเสร็จรวม จำนวน 6,504 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ24.2 จากปี 2567 สำหรับกำไรสุทธิที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่ปรับตัวลดลงมากหากเทียบกับปีก่อนหน้ารวมถึงผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่ปรับตัวลดลง ตามสถานการณ์คุณภาพสินเชื่อที่ปรับตัวดีขึ้น
นอกจากนี้แล้วผลประกอบการที่ปรับเพิ่มขึ้น ยังเป็นผลมาจากการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ของธนาคารในการมุ่งกระจาย รายได้และเพิ่มขนาดและสัดส่วนของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ส่งผลให้ธนาคารมีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เติบโตขึ้นและสามารถช่วย ลดทอนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยตามมาตรการชะลอการเติบโตของสินเชื่อของธนาคารในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา
สำหรับปี 2568 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 18.2 หากเทียบกับปี 2567 โดยหลักจากการเติบโตอย่าง แข็งแกร่งของรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง รายได้ที่เกิดจากธุรกิจไดม์ (Dime!) รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุน รายได้ค่านายหน้าขายประกัน และการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนตามภาวะตลาด
โดยบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เป็นอันดับที่ 1 อย่างต่อเนื่อง โดยมีส่วนแบ่งตลาดสำหรับปี 2568 ที่ร้อยละ 22.18
ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ ดอกเบี้ยช่วยบรรเทาผลกระทบจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับลดลงร้อยละ 13.1 โดยหลักเกิดจากการชะลอตัวของ สินเชื่อตามมาตรการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารที่มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อไปในประเภทที่มีคุณภาพสูง ประกอบกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงตามทิศทางการปรับลงของอัตราดอกเบี้ยตลอดปี 2568 และจากมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้า ขณะเดียวกันการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางการชะลอตัวของสินเชื่อและทิศทางอัตรา ดอกเบี้ยขาลงได้ช่วยลดต้นทุนทางการเงินโดยรวมของธนาคาร
ทางด้านปริมาณสินเชื่อโดยรวม ณ สิ้นปี 2568 ปรับตัวลดลงร้อยละ 6.7 จากปีก่อนหน้า ตามการชะลอตัวของสินเชื่อ ซึ่งเป็นไปตามกรอบเป้าหมายของธนาคารในการมุ่งเน้นบริหารคุณภาพของสินทรัพย์ ในขณะที่ทางด้านคุณภาพสินเชื่อสามารถ ควบคุมได้ในระดับที่ดี โดยปริมาณสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตปรับตัวลดลง ทางด้านอัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 4.3 สำหรับปี 2568
ในส่วนของผลขาดทุนจากการขายรถยึดปรับลดลงอย่างมากตามสถานการณ์รถยึดที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ธนาคารยังคงดำเนินการอย่างระมัดระวังในการพิจารณาตั้งสำรองในระดับที่เหมาะสม โดยมีการสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น สำหรับปี 2568 เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 3,693 ล้านบาท
โดยในจำนวนนี้ได้รวมการพิจารณาตั้งสำ รองพิเศษ (Management Overlay) เพิ่มเติมเพื่อเป็นการรองรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอนซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อ รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการช่วยเหลือรูปแบบต่างๆ
ยอดนิยม
UAE ถอนตัวออก “โอเปก” สร้างความไม่แน่นอนต่อน้ำมันโลก โบรกฯ ชี้เป็นจังหวะเก็งกำไรหุ้นพลังงาน
DELTA ทะยานแน่! โบรกฯ ชี้ถ้าหลุดแคชบาลานซ์ ราคาหุ้นจ่อพุ่ง 360 บาท
“บอย ท่าพระจันทร์” จัดหนัก! เข้าซื้อ PLANB เพิ่ม 2.8 ล้านหุ้น ดันมูลค่าถือกว่า 438 ล้านบาท
BJC โดนลงโทษ! โบรกฯ หั่นประมาณการหนัก หลังคาดกำไร Q1-2/69 ดิ่งแรง