TISCO มองหุ้นไทยปี 69 สูงสุด 1,388 จุด แนะเลี่ยงตราสารหนี้ระยะยาวเปิด 3 ธีมลง ตปท.
TISCO มองดัชนีหุ้นไทยปีนี้สูงสุด 1,388 จุด แนะหลีกเลี่ยงลงทุนตราสารหนี้ระยะยาวของไทย เหตุเศรษฐกิจยังโตเปราะบาง หนุนเก็บหุ้นปันผล พร้อมเปิด 3 ธีมลงทุนต่างประเทศ เพิ่มโอกาสทำกำไร

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)ในกลุ่มบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยว่า ปี 2569 เป็นปีที่เศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณเชิงบวกมากขึ้นหรือเรียกว่าก้าวเข้าสู่ช่วง “Beyond the Turning Point” จากความตึงเครียดทางการค้าที่เริ่มผ่อนคลาย ภาวะดอกเบี้ยต่ำเอื้อต่อการลงทุน โดยคาดว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้น่าจะเคลื่อนไหวกรอบล่างที่ 1,100-1,200 จุด และสูงสุดที่ 1,388 จุด โดย EPS อยู่ที่ 82 บาท/หุ้น และ PE 16 เท่า ซึ่งนโยบายการลงทุนเน้นหุ้นกลุ่มปันผล ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 4%
"ปีนี้หุ้นไทยยังไม่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ ซึ่งมีปัจจัยกดดันจากกำไรบจ.ปีนี้คาดโต 2% จากปีก่อนติดลบ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งการเลือกตั้งและการเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจน "นายณัฐกฤติ กล่าว
สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีขึ้นในเดือนก.พ. 69 มีโอกาสปรับดอกเบี้ยลงประมาณ 0.25% หากสถานการณ์เศรษฐกิจมีความเสี่ยงสูง และ มีโอกาสที่กนง. ลดดอกเบี้ยสูงถึง 0.50% ในเดือนก.พ. 69 นี้
นายณัฐกฤติ บอกด้วยว่า TISCO แนะนำลดน้ำหนัก ตราสารหนี้ไทยระยะยาว เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังมีปัญหาโครงสร้าง ภาระการคลังที่เพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่การถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ซึ่ง TISCO ESU ประเมินระดับที่เหมาะสมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปีที่ 2% และ 2.5% สิ้นปี 2026 และ2027 ตามลำดับ ขณะที่ระดับอัตราผลตอบแทนปัจจุบันที่ 1.6-1.7% ต่ำกว่าระดับที่เหมาะสมและเสี่ยงต่อราคาปรับตัวลง
ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในปี 2026 ควรเน้น 3 ธีม ซึ่งได้แก่
1. Independence : ประเทศที่โตได้ด้วยศักยภาพภายใน ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอินเดีย และประเทศเวียดนาม
2. Intelligence : พลังการเติบโตใหม่จาก AI Ecosystem ซึ่ง 3 อุตสาหกรรม ที่แนะนำได้แก่ ระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ อุตสาหกรรมสุขภาพ และสาธารณูปโภค
3. Instability Armor : เกราะป้องกันพอร์ตในยุคความผันผวนสูง ได้แก่ ตราสารหนี้ระยะสั้นคุณภาพดีของสหรัฐ ทองคำ และน้ำมัน
“สำหรับกลยุทธ์การจัดพอร์ตลงทุนสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ เน้นลงทุนหุ้นทั่วโลกประมาณ 60-80% ไปตาม sector ต่างๆ พร้อมกับเพิ่มตราสารหนี้และทองคำเข้าไปด้วย ขณะที่นักลงทุนที่ยังเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นไทยสามารถให้น้ำหนักในพอร์ตประมาณ 10-15%”นายณัฐกฤติ กล่าว
ยอดนิยม
NCL ปี 68 ฟื้นตัวต่อเนื่องรายได้ 861 ล้านบาทโต 24% ชี้ธุรกิจ “ส่งเสริมการป้องกันประเทศ” ดันกลุ่มบริษัทเติบโตสูง
ออริจิ้น แต่งตั้ง ALL WELL Corp เป็น Exclusive Agent ดัน Grand Hampton Thonglor สู่เครือข่ายนักลงทุนระดับมหาเศรษฐีทั่วโลก
ปตท. และ โออาร์ ตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ตอบรับนโยบายรัฐบาล ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน
SMO เปิดบ้านต้อนรับสื่อ กางโรดแมปปี 2569 ชูแผนขยายธุรกิจ เร่งขยายกำลัง–เพิ่มขีดแข่งขัน หนุนการเติบโตยั่งยืน