กระดานข่าว

ธนาคารไทยเครดิตตั้งเป้าสินเชื่อปี 69 โตกว่า 11% จับตาสงครามตะวันออกกลางดันราคาพลังงานพุ่ง


04 มีนาคม 2569

S__50389102.jpg

ธนาคารไทยเครดิต ตั้งเป้าสินเชื่อปี 69 โตกว่า 11% เน้นสินเชื่อเพื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี และ สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิต พร้อมคุม NPL ไม่ให้เกิน 4.5%  จับตาราคาพลังงานหากสูงต่อเนื่องกระทบธุรกิจ พร้อมมีแนวทางดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) เปิดเผยว่า ในปี 2569 ธนาคารยังคงยึดมั่นการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน  โดยตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไม่ต่ำกว่า 11% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่โต 11.5% โดยเน้นสินเชื่อเพื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี และ สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิต ซึ่งปัจจุบันมียอดสินเชื่อคงค้าง 181,900 ล้านบาท  ควบคู่ไปกับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างเข้มงวด ภายใต้ยุทธศาสตร์การมุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่นสูง  

ธนาคารยังได้ตั้งเป้าส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin หรือ NIM) อยู่ในกรอบ 7.5-8% จากปี 68 อยู่ที่ 7.7%   อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio หรือ CI) อยู่ในกรอบ 42-44% จากปี 68 อยู่ที่ 43.6%   และคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่เกิน 4.5% จากปี 68 อยู่ที่ 4.2% โดยปี 69 ธนาคารมีแผนที่จะขาย NPL จำนวน 1,500-2,000 ล้านบาท  จากปี 68 ที่ขาย NPL ออกไป 50 ล้านบาท 

นอกจากนี้ธนาคารจะเดินหน้ายกระดับ Digital Core Banking เพื่อเสริมศักยภาพให้ลูกค้ารายย่อย ซึ่งเป็นไปตามแผนการลงทุนของธนาคารที่มีนโยบายนำเงินทุนที่ได้จากการขายหุ้น IPO เมื่อปี 2567 วงเงินประมาณ 900 ล้านบาท มาลงทุนในระบบ IT ตามแผน 5 ปี (2567-2571) เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธนาคารในระยะยาว

โดยหัวใจสำคัญในการลงทุน ปี 2569 ของธนาคารไทยเครดิต ขับเคลื่อนผ่าน 2 แกนหลัก ดังนี้

1. เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ “alpha SME” ในช่วงไตรมาส 1/69 เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากการย้ายฐานข้อมูลของระบบ Micro Pay สู่แพลตฟอร์มใหม่ที่เสร็จสมบูรณ์ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

2. วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานใหม่ โดยยกระดับระบบปฏิบัติการหลักของธนาคาร หรือ Core Banking สู่ Full Digital Banking Platform อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูล เชิงลึกและการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ และ ปริมาณธุรกรรมที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต

"ปี 69 ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยตั้งเป้าขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อหลักในอัตราเลขสองหลัก ควบคู่ไปกับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างเข้มงวด ภายใต้เสาหลักยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมเดินหน้ายกระดับ Digital Core Banking เพื่อเสริมศักยภาพให้กลุ่มลูกค้ารายย่อย พร้อมตั้งรับกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกที่ผันผวน ด้วยการบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อ SMEs อย่างรัดกุม ภายใต้กลยุทธ์การรักษาอัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในภาวะดอกเบี้ยขาลง ทั้งนี้ ด้วยแรงหนุนจากโครงการรัฐ เช่น Quick Big Win และ SME Credit Boost ธนาคารมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อให้บรรลุเป้าหมายเลขสองหลักควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว"

ส่วนปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายรอยย์ กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบถึงลูกค้าของธนาคาร แต่หากราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้ลูกค้าได้รับผลกระทบ ซึ่งธนาคารจะติดตามราคารพลังงานอย่างใกล้ชิด และพร้อมจะเข้าไปดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทันที