ธนาคารไทยเครดิตตั้งเป้าสินเชื่อปี 69 โตกว่า 11% จับตาสงครามตะวันออกกลางดันราคาพลังงานพุ่ง

ธนาคารไทยเครดิต ตั้งเป้าสินเชื่อปี 69 โตกว่า 11% เน้นสินเชื่อเพื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี และ สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิต พร้อมคุม NPL ไม่ให้เกิน 4.5% จับตาราคาพลังงานหากสูงต่อเนื่องกระทบธุรกิจ พร้อมมีแนวทางดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด
นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) เปิดเผยว่า ในปี 2569 ธนาคารยังคงยึดมั่นการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไม่ต่ำกว่า 11% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่โต 11.5% โดยเน้นสินเชื่อเพื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี และ สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิต ซึ่งปัจจุบันมียอดสินเชื่อคงค้าง 181,900 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างเข้มงวด ภายใต้ยุทธศาสตร์การมุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่นสูง
ธนาคารยังได้ตั้งเป้าส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin หรือ NIM) อยู่ในกรอบ 7.5-8% จากปี 68 อยู่ที่ 7.7% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio หรือ CI) อยู่ในกรอบ 42-44% จากปี 68 อยู่ที่ 43.6% และคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่เกิน 4.5% จากปี 68 อยู่ที่ 4.2% โดยปี 69 ธนาคารมีแผนที่จะขาย NPL จำนวน 1,500-2,000 ล้านบาท จากปี 68 ที่ขาย NPL ออกไป 50 ล้านบาท
นอกจากนี้ธนาคารจะเดินหน้ายกระดับ Digital Core Banking เพื่อเสริมศักยภาพให้ลูกค้ารายย่อย ซึ่งเป็นไปตามแผนการลงทุนของธนาคารที่มีนโยบายนำเงินทุนที่ได้จากการขายหุ้น IPO เมื่อปี 2567 วงเงินประมาณ 900 ล้านบาท มาลงทุนในระบบ IT ตามแผน 5 ปี (2567-2571) เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธนาคารในระยะยาว
โดยหัวใจสำคัญในการลงทุน ปี 2569 ของธนาคารไทยเครดิต ขับเคลื่อนผ่าน 2 แกนหลัก ดังนี้
1. เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ “alpha SME” ในช่วงไตรมาส 1/69 เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากการย้ายฐานข้อมูลของระบบ Micro Pay สู่แพลตฟอร์มใหม่ที่เสร็จสมบูรณ์ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
2. วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานใหม่ โดยยกระดับระบบปฏิบัติการหลักของธนาคาร หรือ Core Banking สู่ Full Digital Banking Platform อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูล เชิงลึกและการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ และ ปริมาณธุรกรรมที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต
"ปี 69 ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยตั้งเป้าขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อหลักในอัตราเลขสองหลัก ควบคู่ไปกับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างเข้มงวด ภายใต้เสาหลักยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมเดินหน้ายกระดับ Digital Core Banking เพื่อเสริมศักยภาพให้กลุ่มลูกค้ารายย่อย พร้อมตั้งรับกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกที่ผันผวน ด้วยการบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อ SMEs อย่างรัดกุม ภายใต้กลยุทธ์การรักษาอัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในภาวะดอกเบี้ยขาลง ทั้งนี้ ด้วยแรงหนุนจากโครงการรัฐ เช่น Quick Big Win และ SME Credit Boost ธนาคารมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อให้บรรลุเป้าหมายเลขสองหลักควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว"
ส่วนปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายรอยย์ กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบถึงลูกค้าของธนาคาร แต่หากราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้ลูกค้าได้รับผลกระทบ ซึ่งธนาคารจะติดตามราคารพลังงานอย่างใกล้ชิด และพร้อมจะเข้าไปดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทันที
ยอดนิยม
NCL ปี 68 ฟื้นตัวต่อเนื่องรายได้ 861 ล้านบาทโต 24% ชี้ธุรกิจ “ส่งเสริมการป้องกันประเทศ” ดันกลุ่มบริษัทเติบโตสูง
ออริจิ้น แต่งตั้ง ALL WELL Corp เป็น Exclusive Agent ดัน Grand Hampton Thonglor สู่เครือข่ายนักลงทุนระดับมหาเศรษฐีทั่วโลก
ปตท. และ โออาร์ ตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ตอบรับนโยบายรัฐบาล ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน
SMO เปิดบ้านต้อนรับสื่อ กางโรดแมปปี 2569 ชูแผนขยายธุรกิจ เร่งขยายกำลัง–เพิ่มขีดแข่งขัน หนุนการเติบโตยั่งยืน