เข้าสู่ปี 2569 สำหรับตลาดหุ้นก็มีปัจจัยต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นประเด็นใหม่และประเด็นเก่าที่ค้างคาอยู่ ซึ่งย่อมเข้ามากระทบต่อบรรยากาศการลงทุน ในวันนี้เราจึงมีธีมการลงทุนและหุ้นเด่นที่น่าสนใจในปีนี้ มาแชร์ให้แก่นักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนกัน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำการลงทุน 5 หุ้นเด่นปี 2569 ประกอบไปด้วย AMATA ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของจีนและเป็นศูนย์กลางศูนย์ข้อมูลที่กำลังเติบโตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกับหุ้นธีม Dividend ที่มีปัจจัยหนุนจากมูลค่าที่น่าสนใจที่ PBV ระดับ 0.7 เท่า ซึ่ง
นอกจากนี้ หุ้นยังเสนออัตราตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจที่ 6.6% ในปี 2569 และคาดว่าจะสามารถรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลปัจจุบันไว้ได้อย่างน้อยอีก 2 ปีข้างหน้า โดยมี backlog คุณภาพสูงประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท พร้อมเงินฝากที่มีหลักประกัน 1.2 หมื่นล้านบาท
ดังนั้น คาดว่า AMATA จะเข้าสู่ช่วงรับรู้รายได้ โดยจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก backlog เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4/68 และจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงปี 2569 นอกจากนี้ ยังมองเห็นอัพไซด์ต่ออัตรากำไร ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการโอนที่ดินที่มีอัตรากำไรสูงขึ้นใน จ.ชลบุรี และราคาที่ค่อยๆ ปรับขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ
ทั้งนี้ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23.50 บาท เป็นหุ้นเด่นสำหรับปี 2569 ด้วยมูลค่าหุ้น PBV 0.7 เท่า อัตราตอบแทนเงินปันผล 6.6% และมี backlog มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท การโอนที่ดินจะเร่งตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/68 ต่อเนื่องถึงปี 2569 อุปสงค์ได้รับแรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิตแบบ China-plus-one และการลงทุนในศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น
CPN เข้าสู่บทการเติบโตใหม่ด้วยกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าเช่าศูนย์การค้าที่แข็งแกร่ง และแผนการเปิดศูนย์การค้าใหม่หลายแห่ง พื้นที่เช่า (NLA) มีแนวโน้มเติบโตในปี 2569–2570 หนุนให้รายได้กลับมาเติบโตสองหลัก
ขณะที่อัตราค่าเช่ายังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้วยกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง วินัยในการใช้ CAPEX และโครงการซื้อหุ้นคืน 5 พันล้านบาท ที่กำลังดำเนินอยู่ ทำให้ CPN มีความแข็งแรงทางการเงินและพร้อมเติบโตต่อผ่านเงินสดภายในและการนำทรัพย์สินเข้า REIT อย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 72.50 บาท เลือก CPN เป็นตัวหุ้นเด่นในปี 2026 CPN มีโมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่นและแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ช่วยสนับสนุนการขึ้นค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง เป็นหุ้นเด่นในเชิงปันผลสำหรับปี 2569 อยู่ในกลุ่ม 25% ของกลุ่มหุ้นปันผลสูงสุดในกลุ่ม
ERW จับตาการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 โดยเป็นหุ้นที่สะท้อนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 มากที่สุด โดยได้รับแรงหนุนจากสัดส่วนธุรกิจในประเทศที่สูง และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น อัตรารายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) มีแนวโน้มเติบโตเชิงบวกเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นจากการจองที่แข็งแกร่ง ขณะที่ Hop Inn ยังคงเติบโตดีจากดีมานด์ที่ไม่พึ่งนักท่องเที่ยว โครงสร้างหนี้แบบดอกเบี้ยลอยตัว 100% ยังช่วยขยายประโยชน์จากรอบการลดดอกเบี้ยล่าสุดอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.28 บาท ภาคการท่องเที่ยวไทยเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องในปี 2568 แต่คาดว่าจะฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำ และความเชื่อมั่นโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีนจะปรับดีขึ้นในปี 2569
KCE วัฏจักร AI ขาขึ้น โอกาสฟื้นตัวในปี 2569 โดยแม้ว่าวัฏจักร AI ขาขึ้นจะต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569–2571 และDELTA จะยังคงให้ผลตอบแทนเหนือดัชนี SET แต่ KCE เป็นตัวเลือกการลงทุนเพิ่มเติมสำหรับปี 2569 เนื่องจากคาดการณ์ว่า KCE จะฟื้นตัวขึ้นภายในสี่ไตรมาสจากฐานที่ต่ำ
โดยมีแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยหนุน 1.อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เริ่มทรงตัวหรือดีขึ้นเล็กน้อยในปีหน้า 2.การฟื้นตัวของดัชนีสำคัญ จะส่งผลดีโดยตรงต่อแนวโน้มการเติบโตของ KCE และหากความต้องการฟื้นตัวตามคาด อัตรากำไรขั้นต้นมีโอกาสกลับขึ้นไปเหนือ 20%
ทั้งนี้ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 24 บาท KCE มีโอกาสฟื้นตัวในปี 2569 ทั้งจากแนวโน้มรายได้และอัตรากำไรที่ดีขึ้น ขณะที่ธีมการเติมสต็อกสินค้า อาจเป็นเซอร์ไพรส์สำหรับปีหน้า
KTB โดดเด่นในฐานะธนาคารป้องกันความเสี่ยง พร้อมกับความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าและความตั้งใจที่ชัดเจนในการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ในบรรดาธนาคารพาณิชย์ไทย KTB มีศักยภาพในการบริหารจัดการเงินกองทุนมากที่สุด โดยมี CET1 อยู่ที่ 18.9% ซึ่งสูงที่สุดในอุตสาหกรรม และสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 8% อยู่มาก ธนาคารได้ระบุเป้าหมายที่ชัดเจนในการบรรลุ ROE ในอัตราตัวเลข 2 หลัก ผ่านการบริหารจัดการเงินกองทุนเชิงรุก โดยมีเป้าหมายที่จะลดเงินกองทุนส่วนเกินให้ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ KTB ยังคงรักษาอัตราสำรองต่อหนี้สูญ (coverage ratio) ไว้ที่ 202% ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มธุรกิจนี้ สูงกว่าเป้าหมายภายในของธนาคารที่ 170% อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับงบดุล จากปัจจัยเหล่านี้ เราจึงมองเห็นโอกาสสูงที่อัตราการจ่ายเงินปันผลจะเพิ่มขึ้น ในขณะที่ธนาคารยังคงมุ่งมั่นที่จะ DPS ไว้ และส่งสัญญาณถึงศักยภาพในการซื้อหุ้นคืนในอนาคต
โดย ณ ปัจจุบัน KTB มีสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 2 ล้านล้านบาท การลด CET1 ลงทุกๆ 0.5% จะทำให้ธนาคารสามารถปลดล็อกเงินทุนส่วนเกินได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 0.7 บาท/หุ้น นอกจากนี้ มองว่าการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งแรกของธนาคารที่ 0.43 บาท/หุ้น ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่แสดงถึงความเชื่อมั่นของผู้บริหาร และเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านผลตอบแทนจากเงินทุนเชิงรุกมากขึ้น
ดังนั้น แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 31.50 บาท ได้ประโยชน์จากฐานเงินก้นถุงที่แข็งแรงและโครงสร้างหนี้ความเสี่ยงต่ำ เป็นหุ้นเด่นในเชิงปันผลสำหรับปี 2569 อยู่ในกลุ่ม 25% ของกลุ่มหุ้นปันผลสูงสุดในกลุ่มหุ้น