กลุ่มอิเล็กฯ กำไรสะดุด เงินบาทแข็งอาจทำพิษ โบรกฯ คาดทุก 1 บาท ฉุดกำไร 7-10%
โบรกฯ หวั่นเงินบาทแข็งกดกำไรครึ่งปีแรกปี 69 กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คาดเงินบาทแข็งทุก 1 บาท จะกระทบกำไรราว 7-10 %
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทำผลงานดีกว่า SET อย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 17% เทียบกับ SET ที่ลดลง 9% หลังจากอ่อนแอในไตรมาส 1/68 จากความกังวลเรื่องภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ จากจุดต่ำสุด ราคาหุ้นในกลุ่มธุรกิจนี้ฟื้นตัวเฉลี่ยราว 50%
โดยได้แรงหนุนจากความชัดเจนของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และความต้องการที่เร่งตัวขึ้นจากความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล (data center) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดย DELTA เป็นหุ้นที่ทำผลงานดีที่สุด
สำหรับแนวโน้มธุรกิจกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะเริ่มฟื้นต่อเนื่องในไตรมาส 4/68 และปี 2569 โดย DELTA โดดเด่นด้วยรายได้ที่คาดว่าจะเติบโต 20% จากไตรมาสก่อนและบันทึกอัตรากำไรขั้นที่เกือบ 28% ขณะที่ SVI คาดว่ารายได้จะทรงตัว ส่วน KCE มองว่ากำไรจะปรับดีขึ้นจากการลดต้นทุน แม้จะมีแผนปิดซ่อมบำรุง ขณะเดียวกัน HANA ยังต้องเผชิญกับความท้าทาย โดยคาดว่าจะฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยจากการขาดทุนของ PMS
หากมองไปยังปี 2569 DELTA ตั้งเป้ารายได้เติบโต 15-20% จากความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และการขยายกำลังการผลิต ขณะที่ SVI คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากสินค้าอุตสาหกรรมและโรงงานในสหรัฐฯ ส่วน KCE มองการฟื้นตัวที่นำโดยอัตรากำไรจากการลดต้นทุนและการขยายธุรกิจ HDI และ HANA ยังคงอ่อนแอที่สุด โดยการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของธุรกิจ PMS
ความเสี่ยงด้าน FX และนโยบายการค้าทวีความรุนแรงขึ้น จึงปรับสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยน (FX) เป็น 32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นปี 2568 และ 32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2569 เพื่อสะท้อนการชะลอตัวของยอดส่งออกโดยรวม และความเสี่ยงภายนอกที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่เงินบาทที่แข็งค่ายังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากการพึ่งพาการส่งออกสูง โดยการแข็งค่าของเงินบาททุกๆ 1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ คาดว่าจะส่งผลให้กำไรลดลง 7% สำหรับ DELTA และ KCE และ 10% สำหรับ HANA และ SVI
นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เพิ่มความกังวลที่ว่าสหรัฐฯ อาจกลับมาใช้มาตรการภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือในการคลี่คลายสถานการณ์ จากระดับปัจจุบัน 19% ไปใกล้ระดับเดิมที่ราว 36%
ทั้งนี้ คงมุมมองที่เป็นกลางต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นในครึ่งแรกของปี 2569 จากแรงกดดันต่ออัตรากำไรตามเงินบาทที่แข็งค่า และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นซึ่งอาจกระตุ้นให้สหรัฐฯ หันใช้มาตรการด้านภาษีศุลกากร จึงมองว่าปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดดาวน์ไซด์ต่อประมาณการกำไร โดย KCE ยังคงเป็นหุ้นเด่น จากแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ปรับตัวดีขึ้น และการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่องจากการลดต้นทุน
ยอดนิยม
KTB แจ้งปันผลระหว่างกาล ในอัตรา 0.48 บาทต่อหุ้น จ่อขึ้น XD วันที่ 22 ก.ย.นี้
“สารัชถ์” โยน “บิ๊กล็อต” GULF ให้นักลงทุนสถาบัน 26.9 ล้านหุ้น รับทรัพย์กว่า 1.68 พันลบ.
GULF จับมือพันธมิตรต่างชาติ ลุยโครงสร้างพื้นฐานเคเบิลใต้น้ำ คาดเริ่มเปิดดำเนินการในปี 73
ลุ้นปีนี้ KTB แจกปันผลเพิ่ม โบรกฯคาดมีโอกาสจ่ายมากกว่าเดิม หลังระหว่างกาลจ่ายมาแล้ว 0.48 บาท