Talk of The Town
CWT เสิร์ฟข่าวดี! “GP4” ผ่านฉลุย บริหารขยะป้อนโรงไฟฟ้า อบต.ท่าโรงช้าง คาดลงนาม Q2/66 หนุน PPA ในมือเพิ่ม
22 มีนาคม 2566
บมจ.ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป (CWT) แจกข่าวดีต่อเนื่อง! ล่าสุดบริษัทลูก “กรีนเพาเวอร์ 4” หรือ GP4 ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติการคัดเลือกเอกชนลงทุนโครงการบริหารจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า อบต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี คาดลงนามภายใน Q2/66 ด้านบิ๊กบอส “วีระพล ไชยธีรัตต์” ระบุเตรียมยื่น กฟผ. ขอผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ กำลังการผลิต 6.6 เมกะวัตต์ ตามแผนทยอยตุน PPA มากกว่า 50 MW ภายในปีนี้ หนุนผลการดำเนินงานเติบโตอย่างมั่นคง

นายวีระพล ไชยธีรัตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (CWT) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 บริษัท กรีนเพาเวอร์ 4 จำกัด หรือ GP4 ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อคัดเลือกเอกชนลงทุนโครงการบริหารจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรงช้าง อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยล่าสุดคณะกรรมการคัดเลือกโครงการดังกล่าวได้ตรวจสอบเอกสารและพิจารณาคุณสมบัติของ GP4 ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านคุณสมบัติทั่วไป 2.ด้านคุณสมบัติการลงทุน 3.ข้อเสนอด้านเทคนิค และ4.ข้อเสนอด้านผลประโยชน์ตอบแทน ผลปรากฏว่า GP4 เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้อง ผ่านเกณฑ์การพิจารณาเป็นที่เรียบร้อย โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการด้านสัญญาคาดว่าจะสามารถลงนามแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2566 นี้
ทั้งนี้ โครงการบริหารจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรงช้าง อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีระยะเวลาดำเนินการ 22 ปีนับจากวันที่ลงนามในสัญญา และเมื่อลงนามในสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ เตรียมยื่นเรื่องที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายเพื่อผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย โดยมีกำลังการผลิต 6.6 เมกะวัตต์ และปริมาณเสนอขายไฟฟ้า 5 เมกะวัตต์ต่อไป
"บริษัทฯ มีความพร้อมอย่างยิ่งสำหรับงานโครงการบริหารจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งบริษัทฯ มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความพร้อมในทุกๆ ด้าน นอกจากนี้ ยังเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ทยอยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือให้มากกว่า 50 MW ภายในปี 2566 ซึ่งหากรวมโครงการดังกล่าวแล้ว ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 32.1 เมกะวัตต์”
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2566 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตไม่น้อยกว่า 10% จากปีก่อน เนื่องจากธุรกิจเบาะหนังบริษัทฯ มีคำสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่อง และมีแผนการส่งมอบงานอย่างชัดเจน ขณะที่มีรายได้จากธุรกิจจำหน่ายไฟฟ้าเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนธุรกิจยานยนต์มีแผนการส่งมอบงานตามกำหนดเช่นกัน ทำให้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าผลงานในปีนี้จะสามารถสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากปีก่อน
อนึ่ง ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ มีโรงไฟฟ้าที่ขายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ และขนาดกำลังการผลิต 9.6 เมกะวัตต์ ในรูปแบบโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว และมีโรงคัดแยกขยะเป็นเชื้อเพลิง RDF 1 แห่ง กำลังการผลิต 400 ตัน/วัน อยู่ระหว่างพัฒนาเป็นโรงไฟฟ้า คาดว่าจะสามารถ COD ได้ภายในไตรมาส 3/2566 ปัจจุบันได้สัญญาบริหารจัดการขยะแล้ว 25 ปี พร้อมกันนี้มีอีก 1 โครงการอยู่ระหว่างพัฒนาเป็นพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลกมลาไสย อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ กำลังการผลิต 6.0 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถลงนามแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม อีกทั้งมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาอีกหลายแห่ง

นายวีระพล ไชยธีรัตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (CWT) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 บริษัท กรีนเพาเวอร์ 4 จำกัด หรือ GP4 ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อคัดเลือกเอกชนลงทุนโครงการบริหารจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรงช้าง อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยล่าสุดคณะกรรมการคัดเลือกโครงการดังกล่าวได้ตรวจสอบเอกสารและพิจารณาคุณสมบัติของ GP4 ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านคุณสมบัติทั่วไป 2.ด้านคุณสมบัติการลงทุน 3.ข้อเสนอด้านเทคนิค และ4.ข้อเสนอด้านผลประโยชน์ตอบแทน ผลปรากฏว่า GP4 เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้อง ผ่านเกณฑ์การพิจารณาเป็นที่เรียบร้อย โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการด้านสัญญาคาดว่าจะสามารถลงนามแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2566 นี้
ทั้งนี้ โครงการบริหารจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรงช้าง อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีระยะเวลาดำเนินการ 22 ปีนับจากวันที่ลงนามในสัญญา และเมื่อลงนามในสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ เตรียมยื่นเรื่องที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายเพื่อผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย โดยมีกำลังการผลิต 6.6 เมกะวัตต์ และปริมาณเสนอขายไฟฟ้า 5 เมกะวัตต์ต่อไป
"บริษัทฯ มีความพร้อมอย่างยิ่งสำหรับงานโครงการบริหารจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งบริษัทฯ มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความพร้อมในทุกๆ ด้าน นอกจากนี้ ยังเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ทยอยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือให้มากกว่า 50 MW ภายในปี 2566 ซึ่งหากรวมโครงการดังกล่าวแล้ว ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 32.1 เมกะวัตต์”
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2566 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตไม่น้อยกว่า 10% จากปีก่อน เนื่องจากธุรกิจเบาะหนังบริษัทฯ มีคำสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่อง และมีแผนการส่งมอบงานอย่างชัดเจน ขณะที่มีรายได้จากธุรกิจจำหน่ายไฟฟ้าเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนธุรกิจยานยนต์มีแผนการส่งมอบงานตามกำหนดเช่นกัน ทำให้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าผลงานในปีนี้จะสามารถสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากปีก่อน
อนึ่ง ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ มีโรงไฟฟ้าที่ขายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ และขนาดกำลังการผลิต 9.6 เมกะวัตต์ ในรูปแบบโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว และมีโรงคัดแยกขยะเป็นเชื้อเพลิง RDF 1 แห่ง กำลังการผลิต 400 ตัน/วัน อยู่ระหว่างพัฒนาเป็นโรงไฟฟ้า คาดว่าจะสามารถ COD ได้ภายในไตรมาส 3/2566 ปัจจุบันได้สัญญาบริหารจัดการขยะแล้ว 25 ปี พร้อมกันนี้มีอีก 1 โครงการอยู่ระหว่างพัฒนาเป็นพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลกมลาไสย อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ กำลังการผลิต 6.0 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถลงนามแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม อีกทั้งมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาอีกหลายแห่ง
ยอดนิยม
JMART งบ Q2 กำไรโต 91% หนุนครึ่งปีมีกำไรสุทธิ 375 ลบ. ล่าสุดบุ๊กกำไร "สุกี้ตี๋น้อย" 100 ล้าน
HANA-GUNKUL เงินไหลเข้า 500 ลบ. หลัง MSCI ปรับพอร์ตลงทุน ฟาก CPN สุดช้ำ! โดนแรงขาย 1,000 ล้าน
“แอมป์ พิธาน” รับจุกๆ ได้เงินปันผลจากหุ้น KCE มูลค่ากว่า 112 ล้านบาท
ลุ้น KBANK มีปันผลพิเศษ หลังเงินเหลือจากซื้อหุ้นคืน 5.32 พันลบ. โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ให้เป้า 300 บาท