BTS พลิกบวก! งบปี 67/68 โกยกำไร 2,117 ล้านบาท จากรายการพิเศษ แต่ "ไม่มีปันผลให้"
BTS แจงผลงานงวดปี 2567/2568 พลิกมีกำไร 2,117 ล้านบาท หลังรับ EBITDA ประจำเพิ่มขึ้น บันทึกกำไรพิเศษหลังแปลงสถานะ RABBIT และ ROCTEC พร้อมแจ้ง งดจ่ายเงินปันผลประจำปี
นางสาวชวดี รุ่งเรือง ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ในปี 2567/68 มีรายได้รวมอยู่ที่ 28,998 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.9% จากปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการรวมรายได้ของบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT และบริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC จำนวนรวม 3,423ล้านบาท ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2567 หลังจากการเข้าซื้อหลักทรัพย์โดยสมัครใจ (VTO)
ขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น ส่วนใหญ่มาจากการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว จำนวน 3,368 ล้านบาท จากการเปลี่ยนสถานะของ RABBIT และ ROCTEC จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยของบีทีเอส กรุ๊ป รวมถึงกำไรจากการขายเงินลงทุน จำนวน 252 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกหักกลบบางส่วนด้วย
ส่วนการลดลงของรายได้จากการให้บริการรับเหมา จำนวน 2,753 ล้านบาท หลังจากการเสร็จสิ้นงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูสายหลัก
ด้านกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) อยู่ที่ 9,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% จากปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของ Recurring EBITDA ของธุรกิจ MIX และ MATCH รวมถึงการกลับมารับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าอยู่ที่ 454 ล้านบาท
ขณะเดียวกันการเพิ่มขึ้นของ EBITDA ประจำ ในธุรกิจ MIX สาเหตุหลักมาจากการกลับมารับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน หลังจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน KEX ในเดือนมีนาคม 2567 รวมถึงการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานของบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART และผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของ VGI
พร้อมกันนี้การเพิ่มขึ้นของ EBITDA ประจำ ในธุรกิจ MATCH สาเหตุหลักมาจากการรวมงบการเงินของบริษัทดังกล่าวข้างต้น แม้ต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้น แต่บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 2,117 ล้านบาท (เมื่อเทียบกับผลขาดทุน 5,241 ล้านบาท ในงวดปี 2566/67) สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ EBITDA ประจำ และการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการเปลี่ยนสถานะของ RABBIT และ ROCTEC
สำหรับแนวโน้มในปี2568/69 กลุ่มบริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น เป็น 28.5 พันล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากทุกกลุ่มธุรกิจ รวมถึง EBITDA ประจำ ที่คาดว่าจะเติบโตจาก 9.2 พันล้านบาท เป็น 12.0 พันล้านบาท
นอกจากนี้ หากบริษัทฯ ได้รับชำระหนี้ O&M ส่วนที่เหลือภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 จะส่งผลให้เงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน (CFO) เพิ่มขึ้นเป็น 39.0 พันล้านบาท และอัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน (Leverage Ratio) จะลดลงเป็นประมาณ 1.0 เท่า
รายได้ในกลุ่มธุรกิจ MOVE ในปี 2568/69 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.9 พันล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้ O&M ที่คาดว่าจะเติบโตเป็น 7.6 พันล้านบาทและดอกเบี้ยรับเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าจำนวน 4.5 พันล้านบาท นอกจากนี้บริษัทฯ คาดว่าจำนวนเที่ยวเดินทางของรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลักจะอยู่ที่ 215 -220 ล้านเที่ยวคน ในปี 2568/69 และเติบโตเป็นประมาณ 240 ล้านเที่ยวคนในอีก 3 ปีข้างหน้า
ในส่วนของธุรกิจ MIX ถึงแม้ว่าการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโฆษณาโดยรวม แต่ธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านยังคงเติบโตตามการขยายตัวของเมือง โดยงบประมาณในการโฆษณาส่วนมากนั้นกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานคร และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง
โดยหากมีการเริ่มใช้นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของสื่อโฆษณาบนระบบขนส่ง (Transit Media) จากที่ได้กล่าวมา VGI คาดว่าจะรับรู้รายได้จำนวน 6.0 – 6.5 พันล้านบาทในปี 2568/69 โดยคาดการณ์เงินลงทุนไม่เกิน 1.0 พันล้านบาท (Capex)
สุดท้าย ในกลุ่มธุรกิจ MATCH คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568/69 จากการรวมรายได้ของRABBIT และ ROCTEC ในงบการเงินรวมของบีทีเอส กรุ๊ป เต็มปีโดยคาดว่าจะมีรายได้จากRABBIT จำนวน 7.0 พันล้านบาทและจาก ROCTEC จำนวน 3.4 พันล้านบาท ขณะที่เงินลงทุน (Capex) ในช่วงปีเดียวกันนี้คาดว่าจะลดลงเหลือประมาณ 2.0 พันล้านบาท
ทั้งนี้ ในงวดผลการดำเนินงานปี 2567/2568 หรือสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2568 บริษัทได้งดจ่ายเงินปันผล
ยอดนิยม
BCP ปี 68 ฟันกำไร 2.88 พันลบ. หลังอัตราการกลั่นสูงขึ้นทำนิวไฮ ล่าสุดเข้าซื้อกิจการ “Chevron Hong Kong”
AOT ไตรมาสแรกกำไรสุทธิลด แม้รายได้กิจการการบินเพิ่มขึ้น แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกว่า 448 ลบ.
TOP โชว์แกร่งปี 68 โกยกำไร 1.4 หมื่นล้าน พุ่ง 46% บุ๊กกำไรพิเศษ พร้อมแจกปันผล 1 บาท
ต่างชาติซื้อหุ้นไทย สะสม 4.4 หมื่นลบ. สูงสุดในรอบ 4 ปี นักวิเคราะห์ชี้มีโอกาสไหลเข้าต่อ