CPALL กำไร 7.58 พันลบ.โต 20% ได้ประโยชน์รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจ ทุ่ม 7,500 ลบ.ซื้อหุ้นคืน เริ่ม 16 พ.ค.นี้
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 โดยบริษัทฯ มีรายได้รวม 252,881 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนโดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าของทุกกลุ่มธุรกิจ 
ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า และกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ตามการบริโภคภายในประเทศที่ยังมีการขยายตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงต้นปี อาทิ มาตรการ Easy E-Receipt และมาตรการเงินโอนเฟสสอง รวมถึงการท่องเที่ยวในไตรมาสนี้ที่ยังคงดีต่อเนื่อง นอกจากนี้กลยุทธ์ O2O ของแต่ละหน่วยธุรกิจยังคงเป็นปัจจัยเสริมในการเติบโตของรายได้อีกทางหนึ่งด้วย
โดยบริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิเท่ากับ 7,585 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้าสาเหตุหลักมาจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อเป็นหลัก ประกอบกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ช่วงไตรมาส 1 ปี 2568 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเปิดร้านสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 185 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 บริษัทฯ มีจำนวนร้านสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 15,430 สาขา แบ่งเป็น (1) ร้านสาขาบริษัท 7,868 สาขา (ประมาณ 51%) ร้านเปิดใหม่สุทธิ 125 สาขา ในไตรมาสนี้
(2) ร้าน SBP และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต 7,562 สาขา (ประมาณ 49%) ร้านเปิดใหม่สุทธิ 60สาขา ในไตรมาสนี้ โดยร้านสาขาส่วนใหญ่ยังเป็นร้านที่ตั้งเป็นเอกเทศ ซึ่งประมาณ 86% ของสาขาทั้งหมด และส่วนที่เหลือเป็นร้านในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.
ขณะเดียวกันในไตรมาส 1 ปี 2568 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 113,970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7%จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ในไตรมาสนี้มียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน เท่ากับ 84,663 บาท และยอดขายเฉลี่ยของร้านสาขาเดิมเพิ่มขึ้นเท่ากับ 3.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดซื้อต่อบิลโดยประมาณ 88 บาท
ในขณะที่จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 963 คน จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงต้นปี และจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนเซอร์ไพรส์ซื้อหุ้นคืน 7.5 พันล้านบาท
นอกจากนี้บอร์ดมีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) ภายในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 7,500 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 150 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 1.67% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด โดยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบการซื้อขายขอตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและมีกำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568
ยอดนิยม
JMART งบ Q2 กำไรโต 91% หนุนครึ่งปีมีกำไรสุทธิ 375 ลบ. ล่าสุดบุ๊กกำไร "สุกี้ตี๋น้อย" 100 ล้าน
HANA-GUNKUL เงินไหลเข้า 500 ลบ. หลัง MSCI ปรับพอร์ตลงทุน ฟาก CPN สุดช้ำ! โดนแรงขาย 1,000 ล้าน
“แอมป์ พิธาน” รับจุกๆ ได้เงินปันผลจากหุ้น KCE มูลค่ากว่า 112 ล้านบาท
ลุ้น KBANK มีปันผลพิเศษ หลังเงินเหลือจากซื้อหุ้นคืน 5.32 พันลบ. โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ให้เป้า 300 บาท