สยอง! SET เสี่ยงแตะ 1,000 จุด เซ่นพิษมาตรการภาษี “ทรัมป์” ฉุด “จีดีพี” ดิ่ง-กดดันกำไรบจ.
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าดัชนี SET อาจร่วงลงไปที่ 1,000 จุด จากความเสี่ยงของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2/68 อาทิ การท่องเที่ยวที่อ่อนแอ การส่งออกที่ถูกท้าทายจากแรงกดดันจากมาตรการภาษี ภาคการบริโภคที่อ่อนแอ และการลงทุนที่ซบเซา
ขณะที่แรงหนุนเดียวที่อาจช่วยพยุงตลาดได้คือ การที่นักลงทุนกลับเข้าซื้อเมื่อมูลค่าตลาด (valuation) อยู่ในระดับที่ถูกเกินไปหากเทียบกับมูลค่าพื้นฐานซึ่งประเมินว่าอยู่ที่ระดับ P/E 10-11 เท่า หรือที่ดัชนี SET 1,000 จุด หรือการที่ผู้กำหนดนโยบายออกมาตรการกระตุ้นอย่างเร่งด่วนและเร็วกว่าที่คาด
นอกจากนี้ การผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุม กนง. ช่วงกลางปี อาจช่วยให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรขยายตัว (yield curve steepening) และหนุนดัชนี SET ได้ แต่จนกว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะชัดเจน แนะนำให้เน้นลงทุนในกลุ่มหุ้นปลอดภัย ได้แก่
โรงพยาบาล (BCH, PR9, BDMS, BH) ซึ่งมีการเติบโตที่แข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ, กลุ่มโทรคมนาคม (TRUE, ADVANC) ที่ได้รับประโยชน์จากปัจจัยสนับสนุนของการควบรวมในอุตสาหกรรม, กลุ่มธนาคาร (KBANK, SCB) ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลและการบริหารเงินทุนที่ดี
อย่างไรก็ตาม วันที่ 30 เมษายน 2568 จะเป็นวันสำคัญสำหรับการประชุม กนง. ซึ่งอาจมีนโยบายเร่งด่วนออกมา หากเกิดขึ้นจริง อาจเกิดแรงหมุนเวียนจากหุ้นปลอดภัยไปสู่หุ้นกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับประโยชน์ เช่น หุ้นที่มีภาระหนี้สูง (AWC, ERW, IRPC, GPSC) ซึ่งจะได้รับประโยชน์เป็นกลุ่มแรก และกลุ่มธนาคารขนาดเล็ก อุตสาหกรรมที่อิงกับการบริโภค (รวมถึงสื่อ) สินเชื่อนอกระบบ และอสังหาริมทรัพย์
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า ผลจากสหรัฐฯประกาศจัดเก็บภาษีน-เข้าสินค้าจากไทยรุนแรงกว่าคาด เราจึงปรับประมาณการ GDP ปีนี้ลงเหลือ 1.5%-2.1% จากเดิม 3.1% และปรับ EPS เหลือ 82-88 บาทต่อหุ้น จากเดิม 92 บาทต่อหุ้น
โดยประเมินเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยใน 3 กรณี คือ 1.กรณีแย่ที่สุด เจรจาไม่สำเร็จถูกสหรัฐฯเก็บภาษี 37% คาด GDP ปี 2568 เหลือโต 1.5% และ EPS ที่ 82 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน อิง P/E 14 เท่า ได้เป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ 1,150 จุด
2.กรณีฐาน เจรจาต่อรองได้บ้าง แต่ยังถูกสหรัฐฯจัดเก็บภาษี 20% คาด GDP ปี 2568 โต 1.9% และ EPS ที่ 85 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน อิง PE 15 เท่า ได้เป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ 1,275 จุด
3.กรณีดีที่สุด เจรจาต่อรองได้เกือบทั้งหมด แต่ยังถูกสหรัฐฯเก็บภาษี 10% ที่เป็น Universal Tariffs คาด GDP ปี 2568 โต 2.2% และ EPS ที่ 88 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อนหน้า อิง PE ที่ 15.7 เท่า ได้เป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ 1,380 จุด
ทั้งนี้ การประเมิน SET Index Target ดังกล่าว ให้น้ำหนักกับผลกระทบของสงครามการค้าต่อ GDP เป็นหลัก หากมีความเสี่ยงด้านความขัดแย้งระหว่างประเทศเพิ่มเติม (Geopolitical Risk) ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการตอบโต้ทางการค้าระหว่างชาติมหาอำนาจ เช่น จีน และ EU อาจทำให้ Downside ของ GDP และ EPS เปิดกว้างกว่าที่คาด
ในทางตรงข้าม หากสหรัฐฯมีการผ่อนปรนมาตรการภาษีให้กับทุกประเทศทั่วโลก อาจเพิ่ม Upside ให้กับ GDP และ EPS เช่นกัน ประมาณการดังกล่าว จึงมีโอกาสถูกปรับลดหรือเพิ่มตามปัจจัยทั้งด้านลบ และด้านบวก ที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคตด้วย
สำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลง 20% จากต้นปีคาดเป็นผลจากการทรุดตัวของหุ้นที่มีปัจจัยลบเฉพาะ คือ DELTA, AOT, CPALL, กลุ่มโรงไฟฟ้า รวมกันราว 8% และแรงขายของ LTF คาดมีผลราว 4% ที่เหลืออีก 8% คาดเป็นผลจากการลดความเสี่ยงต่อกรณีสงครามการค้า
ถ้าอิงผลกระทบจากสงครามการค้ากรณีแย่สุดและกรณีฐาน ที่ทำให้คาดการณ์ EPS ถูกปรับลงจากเดิม 10% ถึง 13% ซึ่งคาดว่าดาวน์ไซด์เฉพาะประเด็นนี้จะเหลืออีกไม่เกิน 2% ถึง 5% เทียบเท่ากรอบล่างของ SET Index ที่ 1,050-1,100 จุด
ในเชิงของกลยุทธ์การลงทุน แนะนำทำ Sector Rotation พร้อมกับติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจำกัดและสามารถใช้พักเงินได้ คือ กองรีทและกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน, สื่อสาร, โรงไฟฟ้า, ค้าปลีกสินค้าจำเป็น และการแพทย์
ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบโดยตรง อาจต้องชะลอการลงทุนไปก่อน คือ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์,ชิ้นส่วนยานยนต์, สินค้าเกษตร, นิคมอุตสาหกรรม,อาหารเครื่องดื่ม, ขนส่งและโลจิสติกส์ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบโดยอ้อม เช่น พลังงาน,ธนาคารพาณิชย์, ไฟแนนซ์, ท่องเที่ยว ให้เน้นจับจังหวะลงทุนเมื่อราคาหุ้นปรับฐานลงมาลึกเท่านั้น
ยอดนิยม
JMART งบ Q2 กำไรโต 91% หนุนครึ่งปีมีกำไรสุทธิ 375 ลบ. ล่าสุดบุ๊กกำไร "สุกี้ตี๋น้อย" 100 ล้าน
HANA-GUNKUL เงินไหลเข้า 500 ลบ. หลัง MSCI ปรับพอร์ตลงทุน ฟาก CPN สุดช้ำ! โดนแรงขาย 1,000 ล้าน
“แอมป์ พิธาน” รับจุกๆ ได้เงินปันผลจากหุ้น KCE มูลค่ากว่า 112 ล้านบาท
ลุ้น KBANK มีปันผลพิเศษ หลังเงินเหลือจากซื้อหุ้นคืน 5.32 พันลบ. โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ให้เป้า 300 บาท