Talk of The Town
โบรกฯ ชี้หุ้นไทยอาจทดสอบ 1,300 จุด เหตุสภาพัฒฯ มอง NPL กำลังเพิ่มขึ้น แถมกังวลเศรษฐกิจจีนยังไม่ฟื้นตัว
23 กรกฎาคม 2567
จากกรณีที่ SET Index ปรับตัวลง ปิดเช้าที่ 1,305.86 จุด ลบไป 11.28 จุด (-0.86%) โดยหุ้นที่กดดัน นำโดย AOT PTT ADVANC และ CPAXT ส่วนหุ้นที่หนุนตลาด นำโดย KTB DELTA BDMS และ PTTEP

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มุมมองตลาดบ่ายนี้ คาด SET Index ยังปรับตัวลง มองกรอบ 1300 -1315 จุด โดยปัจจัยกดดันมาจาก1) ความกังวลกำลังซื้อภายในอาจหดตัวลงต่อในช่วงที่เหลือของปี ตามภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หลังสภาพัฒฯมอง NPL มีโอกาสเพิ่มขึ้น 18.1% เทียบปีก่อน โดยหากรวมหนี้ที่ยังไม่ปรับโครงสร้าง และ สินเชื่อที่ไม่ปกติ NPL อาจแตะระดับ 21.8% ของ สินเชื่อทั้งหมด ขณะที่ หนี้ครัวเรือนไทยแตะระดับ 90% ของ GDP ซึ่งสูงกว่าระดับมาตรฐานสากลที่ 80% ของ GDP
2) ความกังวลภาพเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่ฟื้นตัว หลังเช้าวันนี้หุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับจีนปรับตัวลง แม้มีการปรับลด อัตราดอกเบี้ย LPR อายุ 1 ปี และ 5 ปี สู่ระดับ 3.35% และ 3.85% ตามลำดับ สะท้อนว่าจีนในปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาอยู่จริง ทั้งในภาคอสังหา และ การใช้จ่ายภายใน ด้านปัจจัยภายนอกยังมีแรงกดดันจากการพยายามสกัดกั้นการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีของจีนจากสหรัฐ ผ่านการจำกัดการส่งออกชิปที่ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีของสหรัฐ
3) ความกังวลในประเด็นหุ้น EA หลังเช้านี้ EA ได้มีการแจ้งเลื่อนการไถ่ถอนตั๋วแลกเงินระยะสั้น 2 ชุด ที่ถึงกำหนดไถ่ถอน ในวันที่ 23 ก.ค. และ 1 ส.ค. ซึ่งจะชำระดอกเบี้ยเพิ่มเติม 7% ต่อปี จำนวน 600 ล้านบาท โดยแจ้งวันไถ่ถอนใหม่เป็นวันที่ 9 ส.ค. สร้างความกังวลให้ตลาดโดยรวม
ด้านปัจจัยหนุนมาจากที่ประชุม ครม. โดยในวันนี้ได้เห็นชอบ 1) มาตรการควบคุมราคาไฟฟ้า เดือน ก.ย.-ธ.ค. โดยให้ตรึงไว้ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย และ คงมาตรการช่วยเหลือค่าไฟกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไม่เกิน 300 หน่วย โดยคิดเพียง 3.99 บาท/หน่วย มองเป็นบวกต่อค่าครองชีพภายในประเทศ หนุนกำลังซื้อบางส่วนของประชาชน แต่มองเป็น Sentiment ลบกดดันกลุ่มโรงไฟฟ้า
2) มาตรการตรึงราคาดีเซลที่ 33 บาทต่อลิตร โดยใช้กลไกของกองทุนน้ำมันไปก่อน ครอบคลุมเดือน ส.ค. - ต.ค.
ปัจจัยที่น่าติดตามต่อในคืนนี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐ เดือน มิ.ย. คาดออกมาที่ 3.99 ล้านยูนิต ลดลงเมื่อเทียบเดือนก่อนที่ 4.11 ล้านยูนิต
แนะนำหุ้น KTB กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10.2% จากปีก่อน และ 1.1% จากไตรมาสก่อน โดยรับประโยชน์จากรายได้ดอกเบี้ย และ มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับการตั้งสำรอง และ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดสินเชื่อยังหดตัวแรง อย่างไรก็ดีตัวเลข NPL ยังลดลงเหลือ 3.12% จาก 3.14% ในไตรมาสก่อน

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มุมมองตลาดบ่ายนี้ คาด SET Index ยังปรับตัวลง มองกรอบ 1300 -1315 จุด โดยปัจจัยกดดันมาจาก1) ความกังวลกำลังซื้อภายในอาจหดตัวลงต่อในช่วงที่เหลือของปี ตามภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หลังสภาพัฒฯมอง NPL มีโอกาสเพิ่มขึ้น 18.1% เทียบปีก่อน โดยหากรวมหนี้ที่ยังไม่ปรับโครงสร้าง และ สินเชื่อที่ไม่ปกติ NPL อาจแตะระดับ 21.8% ของ สินเชื่อทั้งหมด ขณะที่ หนี้ครัวเรือนไทยแตะระดับ 90% ของ GDP ซึ่งสูงกว่าระดับมาตรฐานสากลที่ 80% ของ GDP
2) ความกังวลภาพเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่ฟื้นตัว หลังเช้าวันนี้หุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับจีนปรับตัวลง แม้มีการปรับลด อัตราดอกเบี้ย LPR อายุ 1 ปี และ 5 ปี สู่ระดับ 3.35% และ 3.85% ตามลำดับ สะท้อนว่าจีนในปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาอยู่จริง ทั้งในภาคอสังหา และ การใช้จ่ายภายใน ด้านปัจจัยภายนอกยังมีแรงกดดันจากการพยายามสกัดกั้นการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีของจีนจากสหรัฐ ผ่านการจำกัดการส่งออกชิปที่ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีของสหรัฐ
3) ความกังวลในประเด็นหุ้น EA หลังเช้านี้ EA ได้มีการแจ้งเลื่อนการไถ่ถอนตั๋วแลกเงินระยะสั้น 2 ชุด ที่ถึงกำหนดไถ่ถอน ในวันที่ 23 ก.ค. และ 1 ส.ค. ซึ่งจะชำระดอกเบี้ยเพิ่มเติม 7% ต่อปี จำนวน 600 ล้านบาท โดยแจ้งวันไถ่ถอนใหม่เป็นวันที่ 9 ส.ค. สร้างความกังวลให้ตลาดโดยรวม
ด้านปัจจัยหนุนมาจากที่ประชุม ครม. โดยในวันนี้ได้เห็นชอบ 1) มาตรการควบคุมราคาไฟฟ้า เดือน ก.ย.-ธ.ค. โดยให้ตรึงไว้ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย และ คงมาตรการช่วยเหลือค่าไฟกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไม่เกิน 300 หน่วย โดยคิดเพียง 3.99 บาท/หน่วย มองเป็นบวกต่อค่าครองชีพภายในประเทศ หนุนกำลังซื้อบางส่วนของประชาชน แต่มองเป็น Sentiment ลบกดดันกลุ่มโรงไฟฟ้า
2) มาตรการตรึงราคาดีเซลที่ 33 บาทต่อลิตร โดยใช้กลไกของกองทุนน้ำมันไปก่อน ครอบคลุมเดือน ส.ค. - ต.ค.
ปัจจัยที่น่าติดตามต่อในคืนนี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐ เดือน มิ.ย. คาดออกมาที่ 3.99 ล้านยูนิต ลดลงเมื่อเทียบเดือนก่อนที่ 4.11 ล้านยูนิต
แนะนำหุ้น KTB กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10.2% จากปีก่อน และ 1.1% จากไตรมาสก่อน โดยรับประโยชน์จากรายได้ดอกเบี้ย และ มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับการตั้งสำรอง และ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดสินเชื่อยังหดตัวแรง อย่างไรก็ดีตัวเลข NPL ยังลดลงเหลือ 3.12% จาก 3.14% ในไตรมาสก่อน
ยอดนิยม
JMART งบ Q2 กำไรโต 91% หนุนครึ่งปีมีกำไรสุทธิ 375 ลบ. ล่าสุดบุ๊กกำไร "สุกี้ตี๋น้อย" 100 ล้าน
HANA-GUNKUL เงินไหลเข้า 500 ลบ. หลัง MSCI ปรับพอร์ตลงทุน ฟาก CPN สุดช้ำ! โดนแรงขาย 1,000 ล้าน
“แอมป์ พิธาน” รับจุกๆ ได้เงินปันผลจากหุ้น KCE มูลค่ากว่า 112 ล้านบาท
ลุ้น KBANK มีปันผลพิเศษ หลังเงินเหลือจากซื้อหุ้นคืน 5.32 พันลบ. โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ให้เป้า 300 บาท