Talk of The Town
วันนี้ลุ้น สมาคม บลจ.-FETCO-ก.ล.ต. ร่วมหารือกองทุนลดภาษี-ฟื้นกอง LTF โบรกฯมองหนุนหุ้นกลุ่ม SET50-SET100
21 พฤษภาคม 2567
จากรณีที่วันนี้ 21 พ.ค.67 สมาคม บลจ. ได้เตรียมเข้าพบ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับ Tax Saving Fund (กองทุนรวมลดหย่อนภาษี) ที่เน้นเจาะจงหุ้นไทย

รวมถึงการนำกองทุนเพื่อการออมระยะยาว (LTF) กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งหากได้ข้อสรุปที่ชัดเจน หลังจากนั้นจะนำเสนอต่อกระทรวงการคลังพิจารณาอีกครั้ง เพื่อให้สามารถมีผลได้ทันภายในปีนี้
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองจิตวิทยาบวกต่อ SET หุ้นในกลุ่ม SET50/100หากอิงเม็ดเงิน LTF ในช่วง 3ปีสุดท้าย (2017-19)ที่สูงเฉลี่ยปีละ 6.8 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เราอิงผลศึกษารอบวงจรเศรษฐกิจคล้ายปัจจุบันปี 2012-13 พบว่า จากการศึกษาความสัมพันธ์ ส่วนต่างเม็ดเงิน LTF ที่เข้ามารายวัน กับส่วนต่างดัชนีรายวันที่ปรับขึ้นภายใต้วิธีสัมประสิทธิ์ถดถอย ทุกๆ1 หมื่นล้านบาท จะหนุน SET ปรับตัวขึ้นราว 20จุด
ส่วนกรณีที่ใช้ความสัมพันธ์ยอดเงิน LTF สะสมกับ ระดับดัชนีสะสม ทุกๆ1หมื่นล้านบาท จะหนุน SET 50จุด เบื้องต้นเรามองเป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้น SET50/100
โดยกลุ่มที่มีสถานะขาย Short แต่ยังไม่ซื้อคืนหุ้น (> 1.0% ของจำนวนหุ้นชำระแล้ว) ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งมองมีโอกาสตอบรับทางบวก มอง HANA (3.23%), KCE (1.72%), BBL( 1.06%), KBANK (1.06%), MINT (1.03%)
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่า ติดตามการหารือกันระหว่างสมาคมบริษัทจัดการกองทุน (AIMC), สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และก.ล.ต. ในวันนี้ เกี่ยวกับแนวทางการอฟื้นกองทุนรวมลดหย่อนภาษี ซึ่งอาจมีรูปแบบคล้ายเดิมกับกองทุน LTF ที่เคยออกมาในอดีต ว่าจะได้ข้อสรุปออกมาในวันนี้เลยหรือไม่
เพื่อเตรียมเสนอให้กับภาครัฐเร็วที่สุด ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของเรา ประเมินว่ารายละเอียดหน้าตาของกองทุนรูปแบบใหม่ อาจมีความเป็นไปได้ดังนี้
1)ลดระยะเวลาการถือครองลง เมื่อเทียบกับกองทุนจำพวก SSF/Thai ESG ที่บังคับการถือครองครบ 10 1/8 ปีนับจากวันที่ซื้อ เช่นอาจลดลงเหลือ 5 ปีจากวันที่ซื้อ หรือเปลี่ยนกลับมาเป็น 7 ปีปฏิทินคล้ายรูปแบบกองทุน LTF เดิม
2) มีนโยบายการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเท่านั้น คล้ายกับกองทุน LTF/SSFX/Thai ESG ก่อนหน้านี้
3) เพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีต่อรายให้มากขึ้นกว่าเดิม อาทิเช่น ไม่เกิน 5 แสนบาท/2แสนบาท คล้ายกับกองทุน LTF/SSFX ในอดีต และเป็นวงเงินที่ไม่นำไปนับรวมกับโควตาของกองทุน RMF/SSF อื่น
หากออกมามีการปรับเปลี่ยนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งตามข้างต้นหรือมากกว่า มองเป็นประโยชน์ต่อ SET ในแง่ของสภาพคล่องที่จะถูกงดูดให้เข้ามามากขึ้นได้ (Pull factor)
อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติของเม็ดเงินลงทุนลดหย่อนภาษีนั้น จะไหลเข้ามาในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีมากกว่า ดังนั้นกว่าจะเห็นผลจากปัจจัยนี้ คงต้องรอไปยังช่วงเวลาดังกล่าวเสียก่อน ซึ่ง ณ ช่วงนั้น เราคาดว่าจะมีปัจจัยผลักดันสภาพคล่องให้เข้ามา (Push factor) จากอานิสงส์เรื่องของการลดดอกเบี้ย Fed Funds ด้วยเช่นกัน

รวมถึงการนำกองทุนเพื่อการออมระยะยาว (LTF) กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งหากได้ข้อสรุปที่ชัดเจน หลังจากนั้นจะนำเสนอต่อกระทรวงการคลังพิจารณาอีกครั้ง เพื่อให้สามารถมีผลได้ทันภายในปีนี้
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองจิตวิทยาบวกต่อ SET หุ้นในกลุ่ม SET50/100หากอิงเม็ดเงิน LTF ในช่วง 3ปีสุดท้าย (2017-19)ที่สูงเฉลี่ยปีละ 6.8 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เราอิงผลศึกษารอบวงจรเศรษฐกิจคล้ายปัจจุบันปี 2012-13 พบว่า จากการศึกษาความสัมพันธ์ ส่วนต่างเม็ดเงิน LTF ที่เข้ามารายวัน กับส่วนต่างดัชนีรายวันที่ปรับขึ้นภายใต้วิธีสัมประสิทธิ์ถดถอย ทุกๆ1 หมื่นล้านบาท จะหนุน SET ปรับตัวขึ้นราว 20จุด
ส่วนกรณีที่ใช้ความสัมพันธ์ยอดเงิน LTF สะสมกับ ระดับดัชนีสะสม ทุกๆ1หมื่นล้านบาท จะหนุน SET 50จุด เบื้องต้นเรามองเป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้น SET50/100
โดยกลุ่มที่มีสถานะขาย Short แต่ยังไม่ซื้อคืนหุ้น (> 1.0% ของจำนวนหุ้นชำระแล้ว) ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งมองมีโอกาสตอบรับทางบวก มอง HANA (3.23%), KCE (1.72%), BBL( 1.06%), KBANK (1.06%), MINT (1.03%)
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่า ติดตามการหารือกันระหว่างสมาคมบริษัทจัดการกองทุน (AIMC), สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และก.ล.ต. ในวันนี้ เกี่ยวกับแนวทางการอฟื้นกองทุนรวมลดหย่อนภาษี ซึ่งอาจมีรูปแบบคล้ายเดิมกับกองทุน LTF ที่เคยออกมาในอดีต ว่าจะได้ข้อสรุปออกมาในวันนี้เลยหรือไม่
เพื่อเตรียมเสนอให้กับภาครัฐเร็วที่สุด ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของเรา ประเมินว่ารายละเอียดหน้าตาของกองทุนรูปแบบใหม่ อาจมีความเป็นไปได้ดังนี้
1)ลดระยะเวลาการถือครองลง เมื่อเทียบกับกองทุนจำพวก SSF/Thai ESG ที่บังคับการถือครองครบ 10 1/8 ปีนับจากวันที่ซื้อ เช่นอาจลดลงเหลือ 5 ปีจากวันที่ซื้อ หรือเปลี่ยนกลับมาเป็น 7 ปีปฏิทินคล้ายรูปแบบกองทุน LTF เดิม
2) มีนโยบายการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเท่านั้น คล้ายกับกองทุน LTF/SSFX/Thai ESG ก่อนหน้านี้
3) เพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีต่อรายให้มากขึ้นกว่าเดิม อาทิเช่น ไม่เกิน 5 แสนบาท/2แสนบาท คล้ายกับกองทุน LTF/SSFX ในอดีต และเป็นวงเงินที่ไม่นำไปนับรวมกับโควตาของกองทุน RMF/SSF อื่น
หากออกมามีการปรับเปลี่ยนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งตามข้างต้นหรือมากกว่า มองเป็นประโยชน์ต่อ SET ในแง่ของสภาพคล่องที่จะถูกงดูดให้เข้ามามากขึ้นได้ (Pull factor)
อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติของเม็ดเงินลงทุนลดหย่อนภาษีนั้น จะไหลเข้ามาในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีมากกว่า ดังนั้นกว่าจะเห็นผลจากปัจจัยนี้ คงต้องรอไปยังช่วงเวลาดังกล่าวเสียก่อน ซึ่ง ณ ช่วงนั้น เราคาดว่าจะมีปัจจัยผลักดันสภาพคล่องให้เข้ามา (Push factor) จากอานิสงส์เรื่องของการลดดอกเบี้ย Fed Funds ด้วยเช่นกัน
ยอดนิยม
ตลาดหุ้นไทยไปกันต่อ! โบรกฯคาดวันนี้SET ลุ้น 1,645 จุด หลังนักวิเคราะห์ อัพเป้า EPS สู่ 107.6 บาท
จับตา! หุ้นแบงก์ไทย เตรียมรับเงินไหลเข้ารอบใหม่ MSCI อินโดฯ เสี่ยงโดนหั่นน้ำหนักเดือนส.ค.
โบรกฯ เตือนเลี่ยง MGC หนีเสี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์อีวี หากบังคับใช้ คาดฉุดยอดขาย XPeng
เปิดทำเนียบ 7 หุ้นใหญ่ เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล