กระดานข่าว

ออริจิ้น สยายปีกรับยอดขายต่างชาติ Q1/2567 กว่า 1,300 ล้าน เปิดตัว Origin Agent Club รับเอเจนท์ไทย-เทศ บุกตลาดต่างชาติต่อเนื่อง


30 เมษายน 2567

ORIGIN VERTICAL ในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ กวาดยอดขายคอนโดจากตลาดต่างชาติ Q1/2567 กว่า 1,300 ล้าน ฮ่องกง-รัสเซีย-ไต้หวัน ขึ้นแท่นลูกค้าท็อปทรี หลังเดินหน้าโรดโชว์และจัดอีเวนท์เจาะตลาดต่างชาติต่อเนื่อง เปิดตัว Origin Agent Club ดึงเอเจนท์อสังหาฯไทย-ต่างประเทศ ร่วมมือกว่า 70 บริษัท พร้อมเปิดรับรายใหม่เข้าร่วมคลับต่อเนื่อง หวังส่งแบรนด์คอนโดในมือเป็นที่รู้จักในตลาดต่างชาติ พร้อมโกยยอดขายต่างชาติเพิ่มเติม

001.ORI กวาดยอดขายต่างชาติ 1,300 ล้าน.jpg

นายกฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ORIGIN VERTICAL ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 1/2567 (ม.ค.-มี.ค.) ที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างยอดขายโครงการคอนโดมิเนียมจากตลาดลูกค้าต่างชาติได้มากกว่า 1,300 ล้านบาท โดยกลุ่มลูกค้าสัญชาติหลักระดับท็อปทรี ได้แก่ ฮ่องกง รัสเซีย และไต้หวัน ขณะเดียวกัน ยังมีกลุ่มลูกค้าจากอาเซียนที่ให้การตอบรับอย่างยอดเยี่ยม นำโดย เมียนมา

“เรามุ่งเน้นการทำกิจกรรม Roadshow ในต่างประเทศ รวมถึงมีการจัดอีเวนท์ร่วมกับเอเจนท์อสังหาริมทรัพย์ทั้งในไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เรายังมีโครงการใหม่อย่างโซ ออริจิ้น บางเทา บีช ที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดจุดหมายปลายทางที่ต่างชาติรู้จักอยู่แล้ว จึงส่งผลให้ภาพรวมทั้งไตรมาส 1/2567 ได้รับการตอบรับจากตลาดลูกค้าต่างชาติเป็นที่น่าพอใจ” นายกฤษณ์ กล่าว

ที่ผ่านมา ORIGIN VERTICAL โดดเด่นจากการมีพอร์ตฟอลิโอที่หลากหลาย โครงการคอนโดมิเนียมกระจายตัวครอบคลุมหลากเซ็กเมนท์ มีโครงการคุณภาพ ฟังก์ชันสอดคล้องกับการใช้ชีวิตยุคใหม่ ในทำเลใจกลางเมือง ทำเลศักยภาพ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จึงมีโครงการได้ที่ได้รับความสนใจจากตลาดต่างชาติจำนวนมาก อาทิ โครงการระดับลักชัวรีแบรนด์พาร์ค ออริจิ้น (Park Origin), โซ ออริจิ้น บางเทา บีช (SO Origin Bangtao Beach) ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ในช่วงไตรมาส 1/2567, ดิ ออริจิ้น อี 22 สเตชั่น (The Origin E22 Station), ไนท์บริดจ์ สเปซ พระราม 9 (Knightsbridge Space Rama 9), โซโห แบงค็อก รัชดา (SOHO Bangkok Ratchada), ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว บางกะปิ (The Origin Ladprao-Bangkapi)

ด้านนายธนกร วุฒิพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ORIGIN VERTICAL กล่าวว่า แผนการขยายตลาดต่างประเทศของเครือออริจิ้นในปีนี้ ให้ความสำคัญกับการจับมือร่วมกับเอเจนท์อสังหาริมทรัพย์ เพื่อร่วมกันเดินหน้านำแบรนด์และโครงการคอนโดมิเนียมในเครือออริจิ้นให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศและเข้าถึงตลาดศักยภาพในวงกว้างยิ่งขึ้น ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัว Origin Agent Club อย่างเป็นทางการ เชิญเอเจนท์อสังหาริมทรัพย์ทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมกว่า 70 บริษัท โดยมีการนำเสนอข้อมูลภาพรวมบริษัท ข้อมูลแบรนด์ และข้อมูลไฮไลต์ของโครงการในทำเลที่ตอบโจทย์ตลาดต่างชาติให้แก่ทั้ง 70 บริษัท

ทั้งนี้ บริษัทยังคงเปิดกว้างและมองหาโอกาสในการทำงานร่วมกับพันธมิตรเอเจนท์อสังหาริมทรัพย์รายใหม่ๆ เข้าร่วมเป็นสมาชิก Origin Agent Club เพิ่มเติม คาดว่าจะมีส่วนช่วยในการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในตลาดใหม่ๆ และสร้างยอดขายจากตลาดต่างชาติในช่วงไตรมาส 2/2567 สำหรับผู้สนใจเป็นส่วนหนึ่งกับ Origin Agent Club สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/49A68FQ หรือ https://lin.ee/Qwhgitw สอบถามเพิ่มเติม โทร.1498

สำหรับบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 

1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Residential Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรมาแล้ว 159 โครงการ (ณ สิ้นไตรมาส 4/2566) เช่น แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (Park Origin), โซ ออริจิ้น (So Origin), ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ (Origin Plug & Play), ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), ออริจิ้น เพลส (Origin Place), ดิ ออริจิ้น (The Origin), เคนซิงตัน (Kensington), แฮมป์ตัน (Hampton), 
ออริจิ้น เพลย์ (Origin Play), บริกซ์ตัน (Brixton) และ บริทาเนีย (Britania) รวมมูลค่าโครงการกว่า 242,744   
ล้านบาท

2.ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก

3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจให้บริการลูกบ้าน ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และ

4.ธุรกิจเมกะเทรนด์ระยะยาว (Mega Trends) กลุ่มธุรกิจใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว เช่น ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจเฮลท์แคร์ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจด้านการเงิน ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ ฯลฯ เพื่อยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิตของผู้บริโภคแบบครบวงจร