
ยังเป็นที่ถกเถียงในสังคมวงกว้าง “รัฐบาลเศรษฐา” จะแจกเงิน 1 หมื่นบาท เข้ากระเป๋าดิจิทัล ได้ตามที่หาเสียงไว้ได้หรือไม่???
...เพราะเป็นนโยบายสำคัญที่พรรคเพื่อไทย ใช้หาเสียง
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง แถลงความคืบหน้าโครงการแจกเงิน 1 หมื่นบาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ยืนยันว่าจะไม่เลื่อนจากแผนการเดิมที่คาดว่าในไตรมาส 4 ของปีนี้
โดยเงื่อนไขหลักจะไม่เปลี่ยนแปลง และไม่ได้ลดจำนวนกลุ่มเป้าหมาย 50 ล้านคน
ส่วนกรอบเวลาชัดเจนนั้นทาง บอร์ดดิจิทัลชุดใหญ่ที่มีนายกฯ เป็นประธาน จะมีการประชุมสรุปรายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 10 เม.ย. ก่อนส่งเรื่องให้ ครม.
บทวิเคราะห์จากบล.ทรีนีตี้ ระบุว่า ดูเหมือนตลาดจะผิดหวังต่อประเด็นดังกล่าว และ SET Index ไม่ได้มีการตอบรับเชิงบวกต่อข่าวแต่อย่างใด คาดส่วนหนึ่งเกิดจาก Timeline การเบิกจ่ายเม็ดเงินที่ต้องรออีกนานไปจนถึงไตรมาส 4 ส่วนอีกด้านหนึ่งอาจยังคงเป็นความกังวลเดิมเกี่ยวกับความชัดเจนของแหล่งที่มาของเงิน ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่อาจยังคงเป็นกังวลต่อวินัยการคลังของประเทศ
“เรายังคงมุมมองเดิมว่า ตลาดมีความกังวลเกินไปต่อปัจจัยวินัยการคลังดังกล่าว โดยเราเชื่อว่าหากสุดท้ายโครงการนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง จะก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน จนนำมาสู่ Multiplier effect ในระบบเศรษฐกิจ และการขยายตัวของฐานเงินหรือ M2 ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศเราต้องการอย่างมาก ณ เวลานี้”
ทั้งนี้ หากอ้างอิงจากประมาณการของ รปท. ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ พบว่าโครงการ Digital Wallet ดังกล่าวจะสามารถผลักดันเศรษฐกิจไทย (GDP) ให้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากกรณีฐานได้ราว 0.6 และการบริโภคให้เติบโตสูงขึ้นจากกรณีฐานราว 1.0% มองปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ยังไม่อยู่ในราคา ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะถือเป็น Upside risk ที่สำคัญสำหรับกลุ่มหุ้นที่อิงกับการบริโภคภายในอย่างเช่นกลุ่มค้าปลีกได้ อาทิ CPALL, CPAXT, BJC เป็นต้น
สำหรับประเด็นความเสี่ยงหนี้สาธารณะ และอันดับเครดิตของประเทศที่อาจถูกกระทบจากการกู้เงินรอบใหม่ของรัฐบาลนั้น เราไม่เป็นกังวลใจแต่อย่างใด โดยหากอ้างอิงความเห็นจากเหล่าบรรดา Rating agencies ก่อนหน้านี้จะพบว่าแม้ภาระหนี้จะสูงขึ้น แต่คาดการณ์อัตราส่วนวินัยการคลังของไทยจะยังอยู่ในกรอบความยั่งยืนทางการคลังได้ อาทิ อัตราส่วนระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP ที่ 70% เพราะต้องอย่างลืมว่าตัวแปร GDP ซึ่งเป็นฐานในสมการนี้ จะมีการปรับสูงขึ้น จากมาตรการดังกล่าวด้วยเช่นกัน หรือหากจะพิจารณาจากมิติการขาดดุลงบประมาณ แม้ภาครัฐจะมีรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องอย่าลืมว่ารายได้ของรัฐก็จะสูงขึ้นเช่นกันจากรายรับภาษีที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
ยอดนิยม
JMART งบ Q2 กำไรโต 91% หนุนครึ่งปีมีกำไรสุทธิ 375 ลบ. ล่าสุดบุ๊กกำไร "สุกี้ตี๋น้อย" 100 ล้าน
HANA-GUNKUL เงินไหลเข้า 500 ลบ. หลัง MSCI ปรับพอร์ตลงทุน ฟาก CPN สุดช้ำ! โดนแรงขาย 1,000 ล้าน
“แอมป์ พิธาน” รับจุกๆ ได้เงินปันผลจากหุ้น KCE มูลค่ากว่า 112 ล้านบาท
ลุ้น KBANK มีปันผลพิเศษ หลังเงินเหลือจากซื้อหุ้นคืน 5.32 พันลบ. โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ให้เป้า 300 บาท