จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : “นักท่องเที่ยวต่างชาติโตเกินคาด-ช้อปดีมีคืน” ดันยอดขาย HL ปี 66 โตทะลุ 20%


10 กุมภาพันธ์ 2566
สถานการณ์การท่องเที่ยวที่กลับมาเติบโตได้ดีเกินกว่าที่หลายหน่วยงานคาดการณ์  และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศของรัฐบาลในโครงการช้อปดีมีคืน สนับสนุนยอดขายยา  เวชภัณฑ์  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในร้านขายยาของ บริษัท เฮลท์ลีด (HL)  ดันรายได้ปี2566 โตกว่า 20% 
รายงานพิเศษ นักท่องเที่ยวต่างชาติโตเกินค 100223.jpg
สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) มองว่า ปี 2566 นี้จะเป็นปีที่ภาคการท่องเที่ยวมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด และกลับมาเป็นเครื่องจักรสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้ง  โดยเชื่อมั่นว่า จะมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 1 เท่าจากปี 65 โดยตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 30 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 3 ล้านล้านบาท
         
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 4/65 อยู่ที่ระดับ 72 สะท้อนสถานการณ์การท่องเที่ยวดีขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมา และมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19  แต่ผู้ประกอบการคาดว่า ในไตรมาส 1/66 สถานการณ์ท่องเที่ยวจะดีขึ้นกว่าไตรมาส 4/65 โดยคาดค่าดัชนีคาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยว 1/66 อยู่ที่ระดับ 77

นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น  เป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ  โดยเฉพาะในเรื่องของเวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ   ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) (HL)  ที่ประกอบธุรกิจโดยการลงทุนในธุรกิจร้านขายยา จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ และธุรกิจคิดค้น และพัฒนาร่วมกับทีมวิจัยภายนอก รวมทั้งว่าจ้างผู้ผลิต เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ ผลิตภัณฑ์สลายกลิ่น และผลิตภัณฑ์หน้ากาก เป็นต้น
ซึ่งในส่วนของโครงการ ‘ช้อปดีมีคืน ประจำปี 2566’ ซึ่งลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุดถึง 40,000 บาท (รวม VAT แล้ว) โดยเป็นการใช้จ่ายในช่วง วันที่ 1 มกราคม - 15 กุมภาพันธ์ 2566
แบ่งเป็น 2 รูปแบบ
1.ค่าซื้อสินค้า และ บริการจำนวน 30,000 บาทแรก จะสามารถยื่นหลักฐาน ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษี ได้ 2 รูปแบบ ทั้งรูปแบบกระดาษ หรืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)
2.ค่าซื้อสินค้า และ บริการจำนวน 10,000 บาท จะต้องยื่นหลักฐานใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีในรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เชื่อว่า โครงการช้อปดีมีคืน จะมีการใช้จ่ายประมาณ 4-8 หมื่นล้านบาท และรวมกับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินที่เข้ามาเพิ่มจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวอีกราว 1-2 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมแล้วทั้ง 2 โครงการ จะอยู่ที่ราว 1 แสนล้านบาท ก็จะมีส่วนช่วยผลักดัน GDP ให้เพิ่มขึ้นจากฐานเดิมได้อีก 0.7-1.0% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 66

ปัจจัยกระตุ้นการใช้จ่ายทั้งจากการท่องเที่ยวและช้อปดีมีคืน ทำให้ ผู้บริหาร บมจ. เฮลท์ลีด (HL) “ภก.ธัชพล ชลวัฒนสกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  มั่นใจปี 2566 รายได้จะเติบโตมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนและแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566 น่าจะออกมาดีมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565  เนื่องจากปัจจุบันยอดขายสาขาเดิมเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีก่อน และไตรมาสนี้ยังได้รับอานิสงส์จากโครงการ "ช้อปดีมีคืน" ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ขณะที่การท่องเที่ยวจีนที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจน ทำให้มีการปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ช่วยผลักดันยอดขายคึกคัก  

ขณะเดียวกันบริษัทฯมีแผนเปิดสาขาใหม่อีก 14 แห่ง  ซึ่งเน้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  ทำให้ภายในสิ้นปีนี้จะมีสาขารวมทั้งสิ้น 50 สาขา จากปีก่อนที่มีสาขารวม 36 สาขา โดยแต่ละสาขาจะมีขนาดพื้นที่แตกต่างกัน โดยพื้นที่ประมาณ 70-80 ตารางเมตร คาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 2 ล้านบาทต่อสาขา ขนาด 80-150 ตารางเมตร จะใช้งบลงทุน 2-3.5 ล้านบาทต่อสาขา และขนาด 150-300 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 3.5-6 ล้านบาทต่อสาขา

สำหรับในไตรมาส 1/2566 บริษัทฯได้เตรียมเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 4-5 สาขา ภายใต้แบรนด์ร้านขายยา iCare และ Pharmax เป็นหลัก รวมถึงจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้บริษัท เฮลทิเนส จำกัด ที่ HL ถือหุ้นในสัดส่วน 100% โดยในปี 2566 จะเห็นการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ และเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีกประมาณ 5-10 รายการ
HL