Talk of The Town
SSP ทุ่ม 140 ลบ. แตกไลน์ธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ ตั้งเป้ายอดขาย 500 ลบ. ภายใน 3 ปี
13 กรกฎาคม 2566
บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) ส่งบ.ย่อย เสริมสร้าง เน็กซ์ เวนเจอร์ส ทุ่มงบลงทุน 140 ล้านบาท เข้าถือหุ้น 75% ในบริษัท “สามารถ พลาสแพค” เดินหน้ารุกขยายธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์อุปโภคบริโภค ฟากซีอีโอ “วรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์” มั่นใจการเข้าลงทุนรุกขยายธุรกิจใหม่ครั้งนี้ จะช่วยสร้างฐานรายได้เพิ่ม โดยจะให้ความสำคัญในการพัฒนาการผลิต ทั้งการขยายกำลังการผลิตและการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี พร้อมตอบโจทย์ในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้ายอดขาย 500 ล้านบาท ภายใน 3 ปี พร้อมเดินหน้าหาโอกาสลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่อย่างต่อเนื่อง และยังคงเป้าพอร์ตกำลังผลิตไฟฟ้าเติบโตเท่าตัว

นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยว่า บริษัทฯเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจใหม่ จึงได้เข้าลงทุนผ่านบริษัทลูกคือ “เสริมสร้าง เน็กซ์ เวนเจอร์ส “โดยได้ทำรายการเข้าถือหุ้นของบริษัท สามารถ พลาสแพค จำกัด ในสัดส่วน 75% ซึ่งเป็นการซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิม และการเพิ่มทุนใหม่ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 140 ล้านบาท เพื่อลงทุนในการขยายกำลังการผลิต และปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร ซึ่งในเฟสแรกจะผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบอ่อน โดยใช้แหล่งเงินจากการเพิ่มทุนและวงเงินกู้จากสถาบันการเงิน การเข้าลงทุนในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจของบริษัท เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งช่วยเพิ่มฐานรายได้ใหม่เข้ามาเติมเต็มธุรกิจโรงไฟฟ้า Renewable ในปัจจุบันให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ มูลค่าตลาดผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่า 2 แสนล้านบาท และยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตามการอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งในปัจจุบันผู้บริโภคยังได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และให้ความสนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ทั้งในการนำกลับมาใช้ (Recycle) ผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายง่าย เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการลดมลภาวะ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ เทคโนโลยีการพิมพ์และการขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมทันสมัย และสะดวกต่อการใช้งาน มากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ SSP มองหาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจใหม่ ที่มีโอกาสในการเติบโตที่ดี มีส่วนร่วมในการนำไปสู่ Net Zero ซึ่งจะเป็นประเด็นที่สำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในอนาคต
ในส่วนแผนการตลาดของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ บริษัทฯจะจัดจำหน่ายผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกให้กับผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งในประเทศไทยถือเป็นอุตสาหกรรมลำดับต้นๆของโลกซึ่งมีแนวโน้มในการเติบโตสูง รวมถึงในอนาคต บริษัทฯยังมีแผนที่จะนำเสนอบรรจุภัณฑ์ที่เป็นสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง หรือสำหรับธุรกิจ SME ซึ่งมีการขยายตัวมากขึ้นตามธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือ ธุรกิจ Food Delivery
" การเข้าลงทุนในบริษัท สามารถ พลาสแพค จำกัด จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานรายได้มากขึ้น จากที่มีรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้า Renewable เพียงอย่างเดียว และการแตกไลน์ขยายธุรกิจดังกล่าว ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของลงทุนที่จะช่วยผลักดันการเติบโตได้ดีในอนาคต และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว"นายวรุตม์ กล่าว
สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯยังคงเดินหน้ามองหาโอกาสเพื่อเข้าไปลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆในประเทศ ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน และการใช้กลยุทธ์ทำ M&A ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาปิดดีล รวมถึงการเข้าลงทุนในเวียดนามตามแผนพัฒนาพลังงาน PDP8 ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนทำให้พอร์ตกำลังผลิตเติบโตเท่าตัวในอีก 3 ปีข้างหน้า

นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยว่า บริษัทฯเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจใหม่ จึงได้เข้าลงทุนผ่านบริษัทลูกคือ “เสริมสร้าง เน็กซ์ เวนเจอร์ส “โดยได้ทำรายการเข้าถือหุ้นของบริษัท สามารถ พลาสแพค จำกัด ในสัดส่วน 75% ซึ่งเป็นการซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิม และการเพิ่มทุนใหม่ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 140 ล้านบาท เพื่อลงทุนในการขยายกำลังการผลิต และปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร ซึ่งในเฟสแรกจะผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบอ่อน โดยใช้แหล่งเงินจากการเพิ่มทุนและวงเงินกู้จากสถาบันการเงิน การเข้าลงทุนในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจของบริษัท เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งช่วยเพิ่มฐานรายได้ใหม่เข้ามาเติมเต็มธุรกิจโรงไฟฟ้า Renewable ในปัจจุบันให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ มูลค่าตลาดผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่า 2 แสนล้านบาท และยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตามการอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งในปัจจุบันผู้บริโภคยังได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และให้ความสนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ทั้งในการนำกลับมาใช้ (Recycle) ผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายง่าย เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการลดมลภาวะ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ เทคโนโลยีการพิมพ์และการขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมทันสมัย และสะดวกต่อการใช้งาน มากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ SSP มองหาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจใหม่ ที่มีโอกาสในการเติบโตที่ดี มีส่วนร่วมในการนำไปสู่ Net Zero ซึ่งจะเป็นประเด็นที่สำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในอนาคต
ในส่วนแผนการตลาดของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ บริษัทฯจะจัดจำหน่ายผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกให้กับผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งในประเทศไทยถือเป็นอุตสาหกรรมลำดับต้นๆของโลกซึ่งมีแนวโน้มในการเติบโตสูง รวมถึงในอนาคต บริษัทฯยังมีแผนที่จะนำเสนอบรรจุภัณฑ์ที่เป็นสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง หรือสำหรับธุรกิจ SME ซึ่งมีการขยายตัวมากขึ้นตามธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือ ธุรกิจ Food Delivery
" การเข้าลงทุนในบริษัท สามารถ พลาสแพค จำกัด จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานรายได้มากขึ้น จากที่มีรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้า Renewable เพียงอย่างเดียว และการแตกไลน์ขยายธุรกิจดังกล่าว ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของลงทุนที่จะช่วยผลักดันการเติบโตได้ดีในอนาคต และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว"นายวรุตม์ กล่าว
สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯยังคงเดินหน้ามองหาโอกาสเพื่อเข้าไปลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆในประเทศ ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน และการใช้กลยุทธ์ทำ M&A ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาปิดดีล รวมถึงการเข้าลงทุนในเวียดนามตามแผนพัฒนาพลังงาน PDP8 ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนทำให้พอร์ตกำลังผลิตเติบโตเท่าตัวในอีก 3 ปีข้างหน้า
ยอดนิยม
KTB แจ้งปันผลระหว่างกาล ในอัตรา 0.48 บาทต่อหุ้น จ่อขึ้น XD วันที่ 22 ก.ย.นี้
“สารัชถ์” โยน “บิ๊กล็อต” GULF ให้นักลงทุนสถาบัน 26.9 ล้านหุ้น รับทรัพย์กว่า 1.68 พันลบ.
GULF จับมือพันธมิตรต่างชาติ ลุยโครงสร้างพื้นฐานเคเบิลใต้น้ำ คาดเริ่มเปิดดำเนินการในปี 73
ลุ้นปีนี้ KTB แจกปันผลเพิ่ม โบรกฯคาดมีโอกาสจ่ายมากกว่าเดิม หลังระหว่างกาลจ่ายมาแล้ว 0.48 บาท