กระดานข่าว
AMA กำไร Q1/66 ดุดัน 80.17ลบ. บวก 16,964.71% ค่าระวางเรือพุ่ง ปริมาณขนส่งสูง Utilization Rate เกือบ 100%
11 พฤษภาคม 2566
"อาม่า มารีน" กวาดกำไร Q1/66 ที่ 80.17 ลบ. เพิ่มขึ้น 16,964.71% พร้อมโกยรายได้ที่ 754.31 ลบ. พุ่งกระฉูด 25.58%YOY หลังค่าระวางเรือพุ่งสูง ปริมาณขนส่งเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Utilization Rate เกือบเต็ม 100% รับอานิสงส์ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง

นายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 754.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153.67 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 25.58% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 600.64 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากการขนส่งสินค้าทางเรือ 423.98 ล้านบาท และรายได้จากการขนส่งสินค้าทางรถ 330.33 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 80.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80.64 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 16,964.71% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 0.48 ล้านบาท
โดยที่รายได้ และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจากอัตราค่าระวางเรือที่สูงขึ้น 37.57% และปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น 9.15% รวมถึงอัตราการใช้งานกองเรือเฉลี่ย หรือ Utilization Rate ที่ดีขึ้นมาอยู่ที่ 98.72% ในขณะที่ราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนหลักในการให้บริการขนส่งสินค้าปรับตัวลดลง โดยในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2566 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยอยู่ที่ 82.06 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ลดลง 16.15% จากราคาเฉลี่ยในช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่กลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้าทางรถมีรายได้เพิ่มขึ้น 3.75% จากสถานการณ์โรคระบาดที่คลี่คลาย และมีแนวโน้มดีขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน
ในขณะที่ภาพรวมของธุรกิจ บริษัทคาดการณ์ว่าธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทางถนนมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 3-5% ต่อปี สำหรับช่วงปี 2565-2567 จากปัจจัยสนับสนุน หลัก คือ การเติบโตของภาคการผลิต การค้าและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ รวมถึงปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้น อานิสงส์การค้าชายแดนและผ่านแดนที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงธุรกรรมการค้าออนไลน์ และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ด้านธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทางเรืออาจจะมีแนวโน้มที่ราคาปาล์มดิบเฉลี่ยในปี 2566 อาจจะต่ำกว่าราคาเฉลี่ยปี 2565 จากผลผลิตน้ำมันถั่วเหลืองที่มากขึ้นซึ่งกดดันราคาน้ำมันพืชทั่วโลก
"ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เราสามารถเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังจากสถานการณ์โควิด 19 คลี่คลายลงในหลายภูมิภาคทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดิบก็ยังมีแรงกดดันอยู่บ้าง รวมถึงราคาน้ำมันดิบยังมีความผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งในเรื่องความกังวลในเรื่องของอุปทานน้ำมันดิบ และความกังวลถึงภาคการเงิน รวมถึงความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่งผลกระทบถึงราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก แต่เราเองก็มีแผนที่จะขยายการลงทุนไปยังธุรกิจอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อสร้างการเติบโตที่อย่างต่อเนื่อง" นายพิศาลกล่าว

นายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 754.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153.67 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 25.58% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 600.64 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากการขนส่งสินค้าทางเรือ 423.98 ล้านบาท และรายได้จากการขนส่งสินค้าทางรถ 330.33 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 80.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80.64 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 16,964.71% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 0.48 ล้านบาท
โดยที่รายได้ และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจากอัตราค่าระวางเรือที่สูงขึ้น 37.57% และปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น 9.15% รวมถึงอัตราการใช้งานกองเรือเฉลี่ย หรือ Utilization Rate ที่ดีขึ้นมาอยู่ที่ 98.72% ในขณะที่ราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนหลักในการให้บริการขนส่งสินค้าปรับตัวลดลง โดยในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2566 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยอยู่ที่ 82.06 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ลดลง 16.15% จากราคาเฉลี่ยในช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่กลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้าทางรถมีรายได้เพิ่มขึ้น 3.75% จากสถานการณ์โรคระบาดที่คลี่คลาย และมีแนวโน้มดีขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน
ในขณะที่ภาพรวมของธุรกิจ บริษัทคาดการณ์ว่าธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทางถนนมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 3-5% ต่อปี สำหรับช่วงปี 2565-2567 จากปัจจัยสนับสนุน หลัก คือ การเติบโตของภาคการผลิต การค้าและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ รวมถึงปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้น อานิสงส์การค้าชายแดนและผ่านแดนที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงธุรกรรมการค้าออนไลน์ และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ด้านธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทางเรืออาจจะมีแนวโน้มที่ราคาปาล์มดิบเฉลี่ยในปี 2566 อาจจะต่ำกว่าราคาเฉลี่ยปี 2565 จากผลผลิตน้ำมันถั่วเหลืองที่มากขึ้นซึ่งกดดันราคาน้ำมันพืชทั่วโลก
"ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เราสามารถเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังจากสถานการณ์โควิด 19 คลี่คลายลงในหลายภูมิภาคทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดิบก็ยังมีแรงกดดันอยู่บ้าง รวมถึงราคาน้ำมันดิบยังมีความผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งในเรื่องความกังวลในเรื่องของอุปทานน้ำมันดิบ และความกังวลถึงภาคการเงิน รวมถึงความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่งผลกระทบถึงราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก แต่เราเองก็มีแผนที่จะขยายการลงทุนไปยังธุรกิจอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อสร้างการเติบโตที่อย่างต่อเนื่อง" นายพิศาลกล่าว
ยอดนิยม
AURA เปิดเกมปี 69 วางกำไรโต Double Digit รุกขยายเครือข่าย 200 สาขา
กรุงไทยเปิดตัว “Krungthai VIRTUAL ACCOUNT” การใช้งานที่ตอบโจทย์องค์กรไทย
SCB รุกตลาดเปิดตัวบัตรเดบิตที่ไม่ธรรมดา “SCB LET’S” โฉมใหม่ “แค่ใช้ก็ได้พอยท์”
"KJL" กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.3 พันลบ. รุกอุตสาหกรรม Data Center และ พลังงานสะอาด