กระดานข่าว
CIG เร่งเครื่องหลังปลดตัว C เรียบร้อย เดินหน้าออกและเสนอขายหุ้น RO ระดมทุนขยายธุรกิจ ปรับโครงสร้าง โละกิจการขาดทุน หนุนงบเดี่ยวพลิกบวก
11 พฤษภาคม 2566
บมจ.ซี.ไอ.กรุ๊ป ยิ้มรับการปลดเครื่องหมาย C คาดช่วยเพิ่มสภาพคล่อง เตรียมออกวอแรนต์ CIG-W9 และ CIG-W10 รวม 433.5 ล้านหน่วยให้ผู้ถือหุ้นเดิม ระดมทุนสร้างความแข็งแกร่งขยายกิจการที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต เผยปลายไตรมาส 1/2566 ขาย 4 บริษัทย่อย ส่งผลงบการเงินเฉพาะกิจการพลิกเป็นกำไรครั้งแรกในรอบ 24 ไตรมาส พร้อมปรับโครงสร้าง-เล็งซื้อกิจการใหม่ๆเพิ่มอัตราการเติบโตระยะยาว เนื้อหอมพันธมิตรทางธุรกิจไทยและ ตปท.รุมจีบคาดได้ข้อสรุปเร็วๆนี้

นายบรรณัฐ นาคพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี. ไอ. กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) “CIG” ผู้ผลิตคอยล์ อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนสำหรับระบบปรับอากาศและทำความเย็นให้กับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ทำการปลดเครื่องหมาย ‘C’ หุ้น CIG เมื่อวานนี้ (10 พฤษภาคม 2566) หลังการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภายในอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 50 % ของทุนชำระแล้วตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ สำหรับงบการเงินไตรมาส 1/2566 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566
และในวันเดียวกัน บริษัทได้ออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 9 (CIG-W9) จำนวน 289,030,750 หน่วย จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 289,030,750 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิ์ตามใบสำคัญแสดงสิทธิ W9 ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตรา 6 หุ้น สามัญเดิม ต่อใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย ส่วนการออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนรอบ 2 (“RO2”) จำนวน 867,092,251 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตรา 2 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่
ขณะเดียวกันบริษัทพร้อมออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 10 (CIG-W10) ให้กับผู้ที่จองซื้อ RO2 ในระหว่างวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 ถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ในอัตราส่วนหุ้นสามัญที่จองซื้อ 6 หุ้นต่อใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย โดยบริษัทจะทำการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 144,515,375 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิ์ตามใบสำคัญแสดงสิทธิ W10 ครั้งที่ 10 (CIG-W10) ในวันที่ 12 มิถุนายน 2566 และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 864,788,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 0.50 เพื่อรองรับหุ้นกู้แปลงสภาพ จำนวนไม่เกิน 864,788 หน่วย ราคาเสนอขาย 1,000 บาทต่อ 1 หน่วยหุ้นกู้แปลงสภาพ มูลค่าเสนอขายรวมไม่เกิน 864,788,000 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น อัตราการแปลงสภาพ 1 หน่วยหุ้นกู้แปลงสภาพสามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ 1,000 หุ้น ราคาใช้สิทธิแปลงสภาพ 1 บาท ต่อหุ้น
สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนดังกล่าว บริษัทจะนำมาลงทุนตามกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจที่มีอนาคตและสร้างรายได้ให้กับบริษัท ผลักดันการเติบโตให้กับบริษัทอย่างแข็งแกร่ง สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ ที่ในช่วงไตรมาส 2 - ไตรมาส 3 วางกลยุทธ์เข้าซื้อกิจการที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทที่จะก่อให้เกิดรายได้ที่ดีในอนาคต
ขณะที่ในปีนี้บริษัทยังคงปรับโครงสร้างบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลการดำเนินงานมีอัตราการเติบโตและทำกำไรได้ในระยะยาว โดยการปรับโครงสร้างสะท้อนผลงานที่ดีขึ้น งบเฉพาะกิจการของบริษัทสามารถพลิกมีกำไรสุทธิ 6 ล้านบาทได้เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ไตรมาส แต่อย่างไรก็ดีสำหรับงบการเงินรวมยังไม่สามารถปรับให้เกิดกำไรทันที เนื่องจากบริษัทเพิ่งจะขายกิจการที่ขาดทุนต่อเนื่องและไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามมติคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 9/2566 เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2566 จำนวน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท ซีไอจี ดีเวลลอปเม้น จำกัด, บริษัท ซีไอจี (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท สยามเรลเวย์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษัท ซีไอจี โอเปอเรชั่น จำกัด ซึ่งหลังจากนี้บริษัทจะประเมินการดำเนินงานในส่วนอื่นๆ เพื่อจัดการงบการเงินรวมให้ดีขึ้นตามลำดับ
ด้วยนโยบายการปรับโครงสร้าง และแผนธุรกิจการลงทุนในธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีอนาคต มีอัตรากำไรสุทธิที่สูงกว่าธุรกิจเดิม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการบริหารจัดการงานรับเหมาก่อสร้างพร้อมการสนับสนุนทางการเงิน (EPCM+F) ธุรกิจด้านพลังงาน ธุรกิจสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงธุรกิจต่อยอดจากธุรกิจเดิมของบริษัท เช่น การสร้าง Data Center เนื่องจากบริษัทเป็นผู้นำในระบบการทำ Cooling System ให้กับ Data Center ระดับภูมิภาค ส่งผลให้มีพันธมิตรทางธุรกิจแสดงความสนใจพัฒนาธุรกิจร่วมกันจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปการเจรจาเพื่อเซ็นสัญญาทางธุรกิจได้เร็วๆนี้

นายบรรณัฐ นาคพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี. ไอ. กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) “CIG” ผู้ผลิตคอยล์ อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนสำหรับระบบปรับอากาศและทำความเย็นให้กับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ทำการปลดเครื่องหมาย ‘C’ หุ้น CIG เมื่อวานนี้ (10 พฤษภาคม 2566) หลังการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภายในอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 50 % ของทุนชำระแล้วตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ สำหรับงบการเงินไตรมาส 1/2566 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566
และในวันเดียวกัน บริษัทได้ออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 9 (CIG-W9) จำนวน 289,030,750 หน่วย จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 289,030,750 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิ์ตามใบสำคัญแสดงสิทธิ W9 ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตรา 6 หุ้น สามัญเดิม ต่อใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย ส่วนการออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนรอบ 2 (“RO2”) จำนวน 867,092,251 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตรา 2 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่
ขณะเดียวกันบริษัทพร้อมออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 10 (CIG-W10) ให้กับผู้ที่จองซื้อ RO2 ในระหว่างวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 ถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ในอัตราส่วนหุ้นสามัญที่จองซื้อ 6 หุ้นต่อใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย โดยบริษัทจะทำการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 144,515,375 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิ์ตามใบสำคัญแสดงสิทธิ W10 ครั้งที่ 10 (CIG-W10) ในวันที่ 12 มิถุนายน 2566 และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 864,788,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 0.50 เพื่อรองรับหุ้นกู้แปลงสภาพ จำนวนไม่เกิน 864,788 หน่วย ราคาเสนอขาย 1,000 บาทต่อ 1 หน่วยหุ้นกู้แปลงสภาพ มูลค่าเสนอขายรวมไม่เกิน 864,788,000 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น อัตราการแปลงสภาพ 1 หน่วยหุ้นกู้แปลงสภาพสามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ 1,000 หุ้น ราคาใช้สิทธิแปลงสภาพ 1 บาท ต่อหุ้น
สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนดังกล่าว บริษัทจะนำมาลงทุนตามกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจที่มีอนาคตและสร้างรายได้ให้กับบริษัท ผลักดันการเติบโตให้กับบริษัทอย่างแข็งแกร่ง สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ ที่ในช่วงไตรมาส 2 - ไตรมาส 3 วางกลยุทธ์เข้าซื้อกิจการที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทที่จะก่อให้เกิดรายได้ที่ดีในอนาคต
ขณะที่ในปีนี้บริษัทยังคงปรับโครงสร้างบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลการดำเนินงานมีอัตราการเติบโตและทำกำไรได้ในระยะยาว โดยการปรับโครงสร้างสะท้อนผลงานที่ดีขึ้น งบเฉพาะกิจการของบริษัทสามารถพลิกมีกำไรสุทธิ 6 ล้านบาทได้เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ไตรมาส แต่อย่างไรก็ดีสำหรับงบการเงินรวมยังไม่สามารถปรับให้เกิดกำไรทันที เนื่องจากบริษัทเพิ่งจะขายกิจการที่ขาดทุนต่อเนื่องและไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามมติคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 9/2566 เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2566 จำนวน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท ซีไอจี ดีเวลลอปเม้น จำกัด, บริษัท ซีไอจี (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท สยามเรลเวย์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษัท ซีไอจี โอเปอเรชั่น จำกัด ซึ่งหลังจากนี้บริษัทจะประเมินการดำเนินงานในส่วนอื่นๆ เพื่อจัดการงบการเงินรวมให้ดีขึ้นตามลำดับ
ด้วยนโยบายการปรับโครงสร้าง และแผนธุรกิจการลงทุนในธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีอนาคต มีอัตรากำไรสุทธิที่สูงกว่าธุรกิจเดิม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการบริหารจัดการงานรับเหมาก่อสร้างพร้อมการสนับสนุนทางการเงิน (EPCM+F) ธุรกิจด้านพลังงาน ธุรกิจสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงธุรกิจต่อยอดจากธุรกิจเดิมของบริษัท เช่น การสร้าง Data Center เนื่องจากบริษัทเป็นผู้นำในระบบการทำ Cooling System ให้กับ Data Center ระดับภูมิภาค ส่งผลให้มีพันธมิตรทางธุรกิจแสดงความสนใจพัฒนาธุรกิจร่วมกันจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปการเจรจาเพื่อเซ็นสัญญาทางธุรกิจได้เร็วๆนี้
ยอดนิยม
ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 17 DR ใหม่ อ้างอิงหลักทรัพย์ในฮ่องกงและสหรัฐฯ ออกโดย INVX เริ่มซื้อขาย 12 มิ.ย. นี้
BWG แท็กทีม “พลอยชมพู” จัดใหญ่ “ธนาคารอิ่มสุข” ครั้งที่ 12 ปลุกพลังคนสระบุรีสร้างสุข แยกขยะเพื่อโลก
CIVIL คว้างานใหม่มูลค่า 2,440.30 ลบ. โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำกิ จ.น่าน
LH Bank ระดมเงินฝากสกุลดอลล์ออสเตรเลีย จ่ายดอกเบี้ยสูงสุด 5.00% ต่อปี