กระดานข่าว

ASW โตต่อเนื่อง ทำรายได้ 9 เดือน 8,512 ล้าน กำไรสุทธิ 1,080 ล้าน เพิ่มขึ้น 57%


06 พฤศจิกายน 2569

05.Modiz Voyage Srinakarin.jpg

ASW เปิดผลงาน 9 เดือนแรกปี 2569 ทำรายได้รวม 8,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% มีกำไรสุทธิสะสม 1,080 ล้านบาท เติบโต 57% ประเมินตลาดอสังหาฯโค้งสุดท้ายได้อานิสงส์มาตรการรัฐกระตุ้นยอดโครงการพร้อมอยู่ ไฮซีซั่นท่องเที่ยวหนุนดีมานด์ภูเก็ตแกร่ง เดินหน้าโค้งสุดท้าย เน้นบริหารจัดการโครงการพร้อมอยู่ เปิดแผนโอน 5 โครงการสร้างเสร็จใหม่ มูลค่ารวม 10,400 ล้านบาท โชว์แบ็กล็อกแน่น 38,163 ล้านบาท คาดทยอยรับรู้รายได้ยาวถึงปี 2571 มั่นใจแรงหนุนปลายปีดันรายได้ตามเป้าหมาย 12,500 ล้านบาท

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ ASW ในช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.) ของปี 2569 บริษัททำรายได้สะสมทั้งสิ้น 8,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะเดียวกัน ASW ยังบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้ 43% และทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิสะสม 1,080 ล้านบาท เติบโตขึ้น 57% (YoY) หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ราว 13%

โดยแรงขับเคลื่อนรายได้หลักใน Q3/2569 มาจากยอดโอนโครงการ Leisure Residence สร้างเสร็จใหม่ในภูเก็ต ภายใต้การพัฒนาของบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE บริษัทในเครือ ทั้งไฮไลต์โปรเจกต์อย่าง เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา (THE TITLE Heritage Bang-Tao) มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท และเดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง (THE TITLE Serenity Naiyang) มูลค่า 4,000 ล้านบาท ที่ส่งมอบอย่างต่อเนื่องแม้อยู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยว รวมถึงโครงการคอนโดมิเนียมใกล้มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะโมดิซ วอลท์ เกษตร-ศรีปทุม (MODIZ Vault Kaset-Sripatum) มูลค่ารวม 2,200 ล้านบาท และเคฟ วันเดอร์แลนด์ (KAVE Wonderland) แคมปัสคอนโดใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต มูลค่ารวม 2,550 ล้านบาท ที่ทำยอดโอนต่อเนื่องได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงเปิดภาคเรียนที่ผ่านมา

นายกรมเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในไตรมาสสุดท้าย คาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการรัฐ ทั้งโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS และการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความสามารถในการผ่อนได้มากขึ้น ตลอดจนการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ LTV และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อโครงการพร้อมอยู่ (Ready to Move) ในช่วงปลายปี

ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตยังมีดีมานด์แข็งแกร่งสอดรับกับภาคการท่องเที่ยวที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น จากกลุ่ม High-Net-Worth Individuals (HNWIs) ที่มองหาบ้านหลังที่สอง และกลุ่ม Digital Nomad ที่ต้องการอยู่อาศัยแบบ Long-stay เพื่อท่องเที่ยว ร่วมงานเทศกาลหรืออีเวนต์ต่างๆ รวมถึงพักผ่อนเพื่อหลบอากาศหนาวเย็นตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้า และการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่จากต่างประเทศมายังภูเก็ต ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำศักยภาพของภูเก็ตในการเป็น World Destination ของคนทั่วโลก

ทั้งนี้ คาดว่า ASW จะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาสสุดท้าย เนื่องจากมีแผนส่งมอบโครงการสร้างเสร็จใหม่เพิ่มอีก 5 โครงการ มูลค่าโครงการทั้งหมด 10,400 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ทั้ง “เควาลอน” (KAVALON) มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท “เคฟ เพลย์กราวด์ ลาดพร้าว-บดินทรเดชา” (Kave Playground Ladprao-Bodindecha) มูลค่า 1,600 ล้านบาท “โมดิซ โวยาจ ศรีนครินทร์” (Modiz Voyage Srinakarin) มูลค่า 2,600 ล้านบาท และโครงการในภูเก็ต คือ “เดอะ ไทเทิล วิลล่า เอสเตลลา ในยาง” (THE TITLE Villa Estella Naiyang) มูลค่า 500 ล้านบาท และ “เดอะ ไทเทิล เชียโล่ ราไวย์” (THE TITLE Cielo Rawai) มูลค่า 1,200 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้น Q3/2569 มูลค่าทั้งสิ้น 38,163 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนถึงปี 2571

“ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ASW โฟกัสกับการบริหารจัดการ Inventory ซึ่งคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงปลายปี ส่วนพอร์ตภูเก็ต ด้วยกระแสตอบรับที่ดีจากการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงก่อนหน้า ไฮซีซั่นนี้เราจึงสานต่อโมเมนตัมบวกด้วยการพัฒนาโครงการใหม่กระจายในหลากทำเลศักยภาพ พร้อมกับเร่งโอนโครงการสร้างเสร็จใหม่ ซึ่งมีจุดแข็งสำคัญคือสัดส่วนการชำระเงินโอนล่วงหน้าในระดับสูง ด้วยแรงบวกเหล่านี้ทำให้เราเชื่อมั่นว่า ASW จะสามารถผลักดันรายได้ให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” นายกรมเชษฐ์ กล่าว

01.ASW 9M 2026.jpg

ASW