กระดานข่าว

TITLE รายได้ 9 เดือนแตะ 3,697 ล้าน กำไรสุทธิ 597 ล้าน เพิ่มขึ้น 111%


05 พฤศจิกายน 2569

02.jpg

“ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้” (TITLE) โชว์ผลงาน 9 เดือนแรกปี 2569 ทำรายได้รวม 3,697 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119% และกำไรสุทธิ 597 ล้านบาท เติบโต 111% พร้อมคว้า CG Scoring ระดับ “ดีเลิศ” ประจำปี 2569 เป็นครั้งแรกหลังเข้า SET เชื่อมั่น High Season ภูเก็ตยังแกร่ง ดึงดูดนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง-HNWIs เดินหน้าโค้งสุดท้าย เปิดโครงการใหม่-เร่งส่งมอบบิ๊กโปรเจกต์ THE TITLE Heritage Bang-Tao ต่อเนื่อง เสริมทัพ 2 โครงการเสร็จใหม่ พร้อมแบ็กล็อกแน่นกว่า 23,416 ล้านบาท มั่นใจหนุนยอดโอนตามเป้า 6,000 ล้านบาท เสริมแกร่งการเงินผนึกยักษ์อสังหาฯญี่ปุ่น Tokyo Tatemono Thailand ครั้งแรก ร่วมลงทุน voco Phuket Bangtao ปั้นพอร์ต Recurring Income เสริมฐานเติบโตยั่งยืน

นายดรงค์ หุตะจูฑะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ในเครือแอสเซทไวส์ (ASW) กล่าวว่า 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.) ของปี 2569 TITLE สามารถรักษาผลการดำเนินงานให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 3,697 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 119% (YoY) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111% (YoY) จากการทยอยโอนโครงการไฮไลท์ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ในช่วงไตรมาส 3 อย่างเดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา (THE TITLE Heritage Bang-Tao) มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท และเดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง (THE TITLE Serenity Naiyang) มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ที่โอนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทยังคงรับรู้รายได้ได้อย่างแข็งแกร่งแม้จะอยู่ในช่วง Low Season ที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ TITLE ยังได้รับการประเมินให้เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” (Excellent  CG Scoring) เป็นปีแรก หลังย้ายการซื้อขายมายังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จากการสำรวจในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนกว่า 840 บริษัท ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ซึ่งสนับสนุนโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ TITLE ในการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล โดยให้ความสำคัญกับการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม รวมถึงมุ่งดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นายดรงค์ กล่าวอีกว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวภูเก็ตในช่วง High Season ยังคงมีแนวโน้มที่ดี สะท้อนได้จากสถิติช่วง ม.ค.-ก.ย. 2569 ที่มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาแล้วกว่า 7.6 ล้านคน ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา มีการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่จากต่างประเทศ อาทิ ลอนดอน–ภูเก็ต และคูเวต–ภูเก็ต ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงและกลุ่ม High-Net-Worth Individuals (HNWIs) ที่นิยมหลีกหนีสภาพอากาศหนาวเย็นมาพักผ่อนระยะยาวในเมืองร้อน ให้หลั่งไหลเข้าในพื้นที่มากขึ้น 

สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วง Q4/2569 บริษัทมุ่งเปิดโครงการ Leisure Residence แห่งใหม่ในหลากหลายทำเล เช่น “ฟิซ” (Fizz) โครงการคอนโดมิเนียมใกล้หาดกะตะ มูลค่ารวม 1,100 ล้านบาท และ “เดอะ ควอซ” (The Kuartz) โครงการพรีเมียมคอนโดมิเนียม มูลค่ารวม 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายสู่ทำเลหาดกะรนเป็นครั้งแรก ควบคู่กับการบริหารจัดการกระแสเงินสดและรักษาสภาพคล่อง โดยเร่งส่งมอบโครงการ “THE TITLE Heritage Bang-Tao” ที่ทยอยโอนต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า และยังเป็นแรงหนุนสำคัญในการสร้างยอดโอนในไตรมาสสุดท้าย รวมถึงโครงการที่จะสร้างเสร็จใหม่อีก 2 โครงการในไตรมาส 4 นี้อย่าง “เดอะ ไทเทิล วิลล่า เอสเตลลา ในยาง” (THE TITLE Villa Estella Naiyang) โครงการวิลล่าลักชัวรีแห่งแรกของ TITLE มูลค่ารวม 500 ล้านบาท และ “เดอะ ไทเทิล เชียโล่ ราไวย์” (THE TITLE Cielo Rawai) มูลค่ารวม 1,200 ล้านบาท 

ทั้งยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้น Q3/2569 มูลค่ารวมกว่า 23,416 ล้านบาท ที่คาดว่าจะช่วยให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571

ล่าสุด TITLE ยังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจผ่านการร่วมทุน (Joint Venture) เป็นครั้งแรกกับ บริษัท โตเกียว ทาเทโมโนะ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ Tokyo Tatemono Co., Ltd. ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ร่วมพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์กับ AssetWise บริษัทแม่ของ TITLE มาอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดความร่วมมือสู่ธุรกิจ Hospitality ผ่านการพัฒนา “โรงแรมโวโค ภูเก็ต บางเทา” (voco Phuket Bangtao) โรงแรมระดับพรีเมียมภายใต้เครือ IHG Hotels & Resorts บนทำเลใจกลางหาดบางเทา ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2570       

“ภูเก็ตในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยว แต่คือ World Destination ที่เป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนทั่วโลก การเข้ามาลงทุนพัฒนาเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ของภาคเอกชน และการขยายโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ จะยิ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ดีมานด์ที่อยู่อาศัยในภูเก็ตยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่เป็นช่วงพีคของตลาดอสังหาริมทรัพย์ สอดรับกับ High Season การท่องเที่ยว มีทั้งคนไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก เราจึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถผลักดันยอดโอนในปีนี้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย 6,000 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน” นายดรงค์ กล่าว

TITLE 9Month2026 Performance.jpg