HMPRO แสดงกำไร Q3/69 รวม 1.32 พันล้าน โชว์อัตรากำไรขั้นต้นที่ 27.44% โดยมุ่งเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 ทำกำไรสุทธิ 1,321.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรขั้นต้นเติบโต 3.15% แตะ 4,315.55 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังมีความท้าทาย เดินหน้าปรับกลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง (High Margin Products) และสินค้าแบรนด์ของบริษัท (Private Brand) ควบคู่การยกระดับบริการ Omni-channel และการพัฒนาสาขารูปแบบ Hybrid Store เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 16,772.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,321.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.87 ล้านบาท หรือ 1.37% โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการบริหารกลุ่มสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง รวมถึงการบริหารราคาจำหน่ายและต้นทุนสินค้าอย่างเหมาะสม ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นเป็น 4,315.55 ล้านบาท เติบโต 3.15% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มจาก 26.78% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 27.44% ในไตรมาสนี้
“ผลประกอบการไตรมาส 3 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของโฮมโปรในการบริหารธุรกิจและรักษาความสามารถในการทำกำไร แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ และพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจในระยะยาว”
สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนผลประกอบการ บริษัทฯ มุ่งเน้นกลยุทธ์การบริหารสัดส่วนสินค้า (Product Mix) โดยเพิ่มน้ำหนักสินค้ากลุ่ม High Margin และผลักดันสินค้า Private Brand ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ช่วยยกระดับอัตรากำไรขั้นต้น ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนและราคาจำหน่ายอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายทางการเงินลง 7.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 168.40 ล้านบาท จากการบริหารโครงสร้างเงินทุน และการออกหุ้นกู้ทดแทนหุ้นกู้เดิมที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงด้วยต้นทุนดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไร
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาช่องทางจำหน่ายและบริการภายใต้กลยุทธ์ Omni-channel เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ซื้อสินค้าระหว่างสาขาและช่องทางออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ ผ่านเว็บไซต์แอปพลิเคชัน และแพลตฟอร์ม Marketplace พร้อมเพิ่มความสะดวกด้านการจัดส่งสินค้าทั้งบริการส่งทันที (Express Delivery) และบริการส่งวันถัดไป (Next Day Delivery) ตลอดจนการร่วมมือกับพันธมิตรด้าน Quick Commerce เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน รายได้จากธุรกิจบริการช่างและงานปรับปรุงบ้านภายใต้ ช่างโฮมโปร (Chang HomePro) ยังขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนโอกาสในการต่อยอดรายได้จากการขายสินค้าสู่ธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับบ้าน
ด้านการขยายธุรกิจ บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายสาขาและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า โดยในไตรมาส 3/2569 ได้ปรับรูปแบบสาขาเมกาโฮม มีนบุรี เป็น Hybrid Store เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการและขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไปและกลุ่มที่มีความต้องการด้านวัสดุก่อสร้างและสินค้าเกี่ยวกับบ้าน โดย ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2569 บริษัทฯ มีเครือข่ายสาขารวมทั้งสิ้น 134 สาขา ประกอบด้วย โฮมโปร 87 สาขา โฮมโปรเอส 4 สาขา เมกาโฮม 20 สาขา Hybrid Store 16 สาขา และโฮมโปรในประเทศมาเลเซีย 7 สาขา ซึ่งเป็นโครงสร้างเครือข่ายธุรกิจที่ช่วยรองรับการเติบโตและเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้ากระตุ้นยอดขายผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง อาทิ งาน HomePro SUPER EXPO และแคมเปญ Double Day ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน เพื่อสร้างความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าและบริการรวมถึงกิจกรรม “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า-เครื่องมือช่าง” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ในด้านความยั่งยืน โฮมโปรยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว ผ่านการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 มีการติดตั้งแล้วรวม 103 แห่ง พร้อมทดลองใช้ระบบแบตเตอรี่สำหรับกักเก็บพลังงานในบางสาขา ตลอดจนขับเคลื่อนโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่ (Trade-In)” ที่มียอดสะสมผลิตภัณฑ์เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและบริหารจัดการมากกว่า 740,000 ชิ้น สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
นายวีรพันธ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “โฮมโปรยังคงมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน การพัฒนาสินค้าและบริการ การเชื่อมโยงช่องทางจำหน่าย และการยกระดับเครือข่ายสาขา เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขัน บริษัทฯ เชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว”
ยอดนิยม
SCGP เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2569 แข็งแกร่ง เดินหน้าบริหารฐานการผลิต-เพิ่มขีดความสามารถในอาเซียน
KJL คว้า CGR 5 ดาว ระดับ “ดีเลิศ” ต่อเนื่องปีที่ 2 ตอกย้ำธรรมาภิบาล โปร่งใส มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
กสิกรไทยผนึก 4 ผู้ค้าทองเชื่อมซื้อขายบน K PLUS เปิด“ศูนย์บริหารการลงทุนทองคำครบวงจร”
JMART คว้า CGR 5 ดาว ระดับ “ดีเลิศ” ต่อเนื่องปีที่ 2 ชูธรรมาภิบาลขับเคลื่อน Jaymart Ecosystem สร้างความเชื่อมั่นตลาดทุน