TOP ลุ้นกำไร Q3 โตสนั่น 693% บุ๊กกำไรสต็อกน้ำมัน 3 พันลบ. หลังต้นไตรมาสราคาน้ำมันพุ่ง

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 ของ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ยังได้แรงหนุนจากอุปทานตึงตัวสงครามยืดเยื้อ คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 อยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 693% จากปีก่อน เทียบกับไตรมาส 2/69 แม้คาดค่าการกลั่นชะลอตัวจากไตรมาสก่อนเล็กน้อยเป็น 20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล -6% จากอุปทานในตลาดเพิ่มขึ้นหลังจีนผ่อนปรน มาตรการควบคุมส่งออกท่ามกลางอัตรากำไรธุรกิจอะโรมาติกส์ และน้ำมันหล่อลื่นคาดประคองตัวจากไตรมาสก่อน ระดับ 0.8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และ 1.9 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ตามลำดับ
ทั้งนี้ส่งผลให้ประเมินว่า Market GIM จะทำได้ 22.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล -6% จากตามาสก่อน และขาดทุน Hedging เพิ่มขึ้นเป็น 2 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับ 1.5 พันล้านบาทในไตรมาส 2/69 อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิคาดเติบโตสูงจากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นไตรมาสทำให้คาดว่าจะรับรู้กำไรสต็อกน้ำมัน (รวม NRV) อยู่ที่ 3 พันล้านบาท เทียบกับขาดทุนสต็อก -7.6 พันล้านบาทในไตรมาส 269 ทรงตัวในระดับสูง
สาระสำคัญดังนี้ 1) คาดกำไรสุทธิลดลงจากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากโอกาสรับรู้ขาดทุนสต็อกน้ำมันรวม NRV (ก่อนภาษี) สูง 7 พันล้านบาท และอัตรากลั่นเพิ่มขึ้น เป็น 109% เมื่อเทียบกับ 107% ในไตรมาส 2/69 เพราะเป็นช่วงปิดซ่อมบำรุงหน่วยกลั่นที่ 1 ราว 1 เดือน
ทั้งนี้หากไตรมาส 3/69 เป็นไปตามคาดกำไรในงวด 9 เดือน มีโอกาสทำได้ดีกว่ามุมมองก่อนหน้าของฝ่ายวิเคราะห์จากสถานการณ์ สงครามสหรัฐฯ vs อิหร่านยืดเยื้อ ทำให้ราคาน้ำมันดิบยังอยู่ระดับสูง และอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปตึงตัวจาก ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย vs ยูเครน ซึ่งทำให้เกิดการโจมตีโรงกลั่นหลายแห่ง
ดังนั้นจากเหตุผลข้างต้นปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 อีก 53% เป็น 4.7 หมื่นล้านบาท จากการปรับสมมติฐานหลักค่าการ กลั่นขึ้นเป็น 15.6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และเพิ่มกำไรสต็อกน้ำมันเป็น 3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือ 1.1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2570 ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ แนวโน้มไตรมาส 4/69 คาดกำไรสุทธิชะลอตัวจากไตรมาสก่อน เนื่องจากประเมินว่า Crude Premium, ค่าขนส่ง, ค่า ประกันภัยที่สูงขึ้นจะทยอยสะท้อนเข้ามาในต้นทุนน้ำมันของ TOP (จัดหาน้ำมันดิบล่วงหน้า 1-2 เดือน) และมีปัจจัยต้องติดตามจากการแนวทางมาตรการลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น ซึ่งจะสิ้นสุด 31 ต.ค.
มองข้ามไปยังปี 2570 แม้ประเมินผลประกอบการลดลงจากปีก่อน แต่เชื่อว่ายังอยู่ในระดับดี หนุนจากปริมาณสต็อกน้ำมันดีเซลทั่วโลกอยู่ระดับต่ำ และมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวจากการทยอยเปิดใช้งานโครงการ CFP โดยหน่วยกลั่นที่ 4 จะ COD ช่วงไตรมาส 2/70 และหน่วยเพิ่มคุณภาพน้ำมันจะ COD เต็มรูปแบบทั้งโครงการช่วงไตรมาส 3/71 ช่วยเพิ่มความสามารถแข่งขันระยะยาวทั้งกำลังผลิต และประสิทธิภาพการผลิต
ประเมินราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2570 ใหม่ที่ 77.00 บาท อ้างอิง PBV -0.5 SD ที่ 0.8 เท่า (คงเดิม) นับตั้งแต่ ครึ่งหลังปี 69 ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 44% ปัจจุบันเหลือ Upside Gain ไม่มาก จึงลดคำแนะนำเป็น TRADING ทั้งนี้ ระยะสั้นสามารถเก็งกำไรแบบ Earnings Play จากทิศทางไตรมาส 3/69 แข็งแกร่ง และมีโอกาสเห็น Consensus ปรับเพิ่มประมาณการกำไร โดยหากหุ้นมี Upside เปิดกว้างกว่านี้อาจปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนเพื่อรับ ปัจจัยบวกในระยะยาวจากการเปิดใช้งานโครงการ CFP
ยอดนิยม
BBL กระอัก! งบไตรมาส 3 กำไรดิ่ง 31% ฉุด 9 เดือนกำไร 2.99 หมื่นลบ.ลดลง 21%
KBANK งบQ3 กำไรลด 2.1% 9 เดือนมีกำไร 4 หมื่นลบ. โต 3.4% หลังรายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
ADVANC ส่งบริษัทย่อย ทุ่มงบ 1.46 พันลบ. ซื้อหุ้น 49% ธุรกิจโทรคมนาคม-อินเทอร์เน็ตใน สปป. ลาว
ปีนี้ เซียนฮง ปรับพอร์ต? ไร้เงาถือหุ้นใหญ่ CPAXT-KLINIQ