BBL เสี่ยงบุ๊กขาดทุน Permata เหตุปีนี้ “ราคาหุ้นดิ่งหนัก” จากบุ๊คเงินลงทุน 3.1 พันล้านเหรียญ เทียบมูลค่าตลาด 3.2 พันล้านเหรียญ

BBL โบรกฯ จ่อเจอแรงกดดันราคาหุ้น เหตุราคาหุ้น Permata Bank ดิ่งหนัก 74% มูลค่าตลาดปัจจุบันเหลือเพียง 3.2 พันล้านบาท หากลค่ายุติธรรมลดต่ำกว่าต้นทุน เสี่ยงรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่า ระยะสั้น เงินรูเปียห์อ่อนค่า หวั่นเจอผลกำไร/ขาดทุนแปลงค่างบการเงินและส่วนแบ่งกำไรของ Permata Bank
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า หลังจากราคาหุ้นของ Permata Bank ในอินโดนีเซียดิ่งลงอย่างรุนแรง ลดลง 20% ในช่วงวันซื้อขายที่ผ่านมา และลดลง 74% นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน จึงเห็นความเสี่ยงด้านต่ำ (Downside risks) ต่อราคาหุ้นของ BBLในระยะกลาง (3-6 เดือน) ผ่าน 2 ช่องทางคือ
1.การอ่อนค่าของเงินรูเปียห์ (IDR) ซึ่งจะทำให้เกิดผลขาดทุนจากการแปลงค่าเงินต่างประเทศ (Foreign currency translation losses) ในสินทรัพย์สุทธิของ Permata Bank และจะถูกรับรู้โดยตรงในส่วนของผู้ถือหุ้นของ BBL ที่ 98.7% ใน Permata Bank
2.การลดลงของมูลค่ายุติธรรม หากมูลค่ายุติธรรมของ Permata Bank ต่ำกว่าต้นทุนเงินลงทุนของ BBL อาจนำไปสู่การรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่า (Impairment loss) ทั้งนี้ BBL เข้าซื้อหุ้น 98.7% ใน Permata Bank เมื่อปี 2562 โดยบันทึกเงินลงทุนตามราคาทุนที่ประมาณ 1.05 แสนล้านบาท (3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เทียบกับมูลค่าตลาดปัจจุบันของ Permata Bank ที่เหลือเพียง 3.2 พันล้านเหรียญ
โดยเนื่องจากการปรับมูลค่ายุติธรรมต้องใช้เวลาอีกนานประเมินมูลค่าที่แท้จริง จึงคาดว่าจะยังไม่มีผลกระทบทางบัญชีในทันที อย่างไรก็ตาม แรงกดดันระยะสั้นถึงระยะกลางอาจมาจากผลกำไร/ขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงิน และส่วนแบ่งกำไรของ Permata Bank ที่รวมเข้ามาในงบการเงินรวมของ BBL โดยนับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการ ส่วนแบ่งกำไรจาก Permata Bank เติบโตขึ้นและกำไรดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 14-17% ของกำไรประจำปีของ BBL ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ปรับลด P/BV เหลือ 0.6 เท่า (จาก 0.65 เท่า) และราคาเป้าหมายที่ 188 บาท จากเดิม 210 บาท โดยอิงสมมติว่าความผันผวนของเงินรูเปียห์และตลาดทุนจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกำไรขาดทุน (P&L) ของ Permata Bank อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนจากการแปลงค่าเงินที่อาจเกิดขึ้นอาจถ่วงมูลค่าทางบัญชีปี 2027 ของ BBL ในระดับปัจจุบัน
โดยประเมินว่าจะเกิดผลขาดทุนจากการแปลงค่าเงินเพิ่มเติมประมาณ 8 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 4.00 บาท/หุ้นกระทบ book value เป็น 310 บาท ภายใต้การประมูลค่าหุ้นราคาเป้าหมายปี 2570 และ P/BV ที่ลดลงเหลือ 0.6 เท่า จึงปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 188 บาท จากเดิม 210 บาท และคงคำแนะนำถือ
ยอดนิยม
KKP งบ 9 เดือนกำไร 6.46 พันลบ. โตสนั่น 56% รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยพุ่ง ฟากโบรกฯ แนะ “ซื้อ” ให้เป้า 125 บาท
โบรกฯคาดวันนี้ตลาดหุ้นไทย ได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงาน-ธนาคาร หลังราคาน้ำมันใกล้จุดสูงสุด งบแบงก์เด่น
BDMS ลุ้นงบ Q3 ทำนิวไฮ บุ๊กรายได้ผู้ป่วยไทย-ต่างชาติพุ่ง โบรกฯคาดผลงานไตรมาส 4 โตต่อ
หุ้นโรงกลั่น ฝันร้ายไม่จบ! รัฐจ่อบังคับลดราคาดีเซลรอบที่ 5 กดดันราคาหุ้น-ส่วนต่างกำไร