Talk of The Town

CPALL ดิ่งหนักจนราคาถูก โบรกฯ ชี้เป็นจังหวะ น่าลงทุน ชู 7-Eleven ผลงานแกร่ง


19 ตุลาคม 2569

CPALL ดิ่งหนักจนราคาถูก_S2T (เว็บ)_0.jpg

CPALL ดิ่งหนัก 21% จากจุดสูงสุดของปีนี้ โบรกฯ ชี้ จากความกังวลเกี่ยวกับธุรกิจ Virtual Bank และผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของ CPAXT มองข่าวร้ายสะท้อนในราคาหุ้นแล้ว คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 60 บาท ชูธุรกิจ 7-Eleven ยังเติบโตได้ดี คาดว่า EPS ของ CPALL จะเติบโต 8% ในปีนี้

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า CPALL หุ้นราคาถูก น่าสนใจลงทุน โดยราคาหุ้น ที่ปรับตัวลง 21% จากจุดสูงสุดของปีนี้ จากความกังวลเกี่ยวกับธุรกิจ Virtual Bank และผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของ CPAXT เป็นการปรับลงมากไป  โดยคาด EPS เติบโต 8/15/13% ในปี 69-71 และมองว่า CPALL ไม่แพง ที่ P/E ปี 70 เพียง 11 เท่า

โดยมองว่า ข่าวร้ายสะท้อนในราคาหุ้นแล้ว คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายปี 70 จาก 62 บาท เป็น 60 บาท หลังปรับลดกำไรปี 69-71 ลง 5/4/5% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของ CPAXT 

1. หลังราคาหุ้นปรับลง 21% จากจุดสูงสุดของปีนี้ มองว่าตลาดได้สะท้อนข่าวลบจากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของ CPAXT ไปมากแล้ว โดยซื้อขายที่ 70 P/E ที่ 11 เท่า ซึ่งถือว่าถูกเมื่อเทียบกับธุรกิจ 7-Eleven ที่แข็งแกร่ง และคาดว่า EPS เติบโต 8/15/13% ในปี 69-71 

2. การสิ้นสุดมาตรการไทยช่วยไทยในเดือนหน้าจะส่งผลดีต่อ CPALL 3) ธุรกิจ 7-Eleven ของ CPALL ยังมีแนวโน้มที่ดี โดยยอดขายสาขาเดิมยังคงเติบโตเป็นบวก มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และอัตรากำไรเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น

ขณะที่ธุรกิจ 7-Eleven ยังเติบโตได้ดี คาดว่า EPS ของ CPALL จะเติบโต 8% ในปีนี้ แม้เผชิญแรงกดดันจากมาตรการไทยช่วยไทยของภาครัฐในช่วงเดือนมิถุนายน–พฤศจิกายน และผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของ CPAXT และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการปิดสาขา สำหรับปี 69 คาดว่าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจ 7-Eleven จะเติบโต 1.7% ขณะที่จำนวนสาขาเพิ่มขึ้น 4.4% หรือเพิ่มขึ้น 700 สาขา และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 34.7% สำหรับ 7-Eleven และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง (ไม่รวม CPAXT) 

ทั้งนี้การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของ CPALL ในไตรมาส 3/69 เติบโต 2.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้อยู่ในช่วงที่มีมาตรการไทยช่วยไทย ซึ่งดีกว่าช่วงมาตรการรอบก่อนในไตรมาส 4/68 ที่ติดลบ 2.0% เนื่องจาก CPALL เตรียมความพร้อมในการเปิดตัวสินค้าใหม่ได้ดีขึ้น และภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 3/69 แข็งแกร่งกว่าในไตรมาส 4/68 หากไม่มีมาตรการไทยช่วยไทยมากดดัน และกำไรของ CPAXT หยุดหดตัว คาดว่ากำไรของ CPALL จะเติบโต 15/13% ในปี 70-71

CPALL มีแผนขยายสาขาปีละ 700 สาขา จาก 15,945 สาขา ในปี 68 คิดเป็นการเติบโตประมาณ 4.0% ต่อปี การขยายสาขายังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญ นอกเหนือจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม เนื่องจากสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังมีสัดส่วนสูงถึง 42% ของสาขาทั้งหมด เราจึงมองว่า CPALL ยังมีโอกาสขยายสาขาได้อีกมากในระยะยาว นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการปรับสัดส่วนสินค้า โดยคาดว่าอัตรากำไรจะอยู่ที่ 25.9% ในปี 71 จาก 25.1% ในปี 68

ส่วนปัจจัยเสี่ยง ตลาดมีความกังวลหลัก 2 ประเด็นต่อ CPALL โดยประเด็นล่าสุดคือความไม่แน่นอนด้านข้อกำกับดูแลเกี่ยวกับการโอนธุรกิจของ CPALL ได้แก่ CPAXT, Counter Service และ Thai Smart Card ไปยังธุรกิจ Virtual Bank ของ CP แม้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของ CPALL จะลงมติคัดค้านการโอนธุรกิจดังกล่าวก็ตาม ส่วนความกังวลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของ CPAXT เราคาดว่าจะสิ้นสุดลงภายในปีนี้ หลังจากลงทุนในธุรกิจใหม่ที่ผลการดำเนินงานต่ำกว่าคาดในช่วงปี 64-67 CPAXT ได้ตัดสินใจปิดสาขาที่ขาดทุนในปีนี้ และคาดว่าจะเริ่มรับรู้การประหยัดต้นทุนตั้งแต่ปี 70 เป็นต้นไป