จับตา "นายกฯอนุทิน" ใส่เงินเพิ่มทุน STPI เกาะติด เสี่ยป๋อง ร่วมวงหรือไม่

จากกรณีที่ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จํากัด (มหาชน) หรือ STPI แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ได้มีมติให้บริษัทนําเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2569 อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทอีกจํานวนไม่เกิน 56,474,280.00 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 453,068,096.75 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ จํานวน 509,542,376.75 บาท
โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 225,897,120 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท เพื่อรองรับการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) เป็นจํานวน 164,752,035 หุ้น และเพื่อออกและเสนอขายหุ้นให้แก่บุคคลในวงจํากัด ซึ่งได้แก่ นายมาศถวิน ชาญวีรกูล กรรมการและกรรมการผู้จัดการ เป็นจํานวน 61,145,085 หุ้น เพื่อเข้าถือหุ้นในบริษัทฯ
จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทแบ่งเป็น จํานวนไม่เกิน 164,752,035 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท เสนอขายให้แก่ ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) ในอัตราส่วน 11 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ เศษของหุ้นให้ปัดทิ้ง โดยเสนอขายในราคาหุ้นละ 5.55 บาท รวมเป็นมูลค่าไม่เกิน 914,373,794.25 บาทและจํานวนไม่เกิน 61,145,085 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท ในราคาเสนอขาย หุ้นละ 5.55 บาท คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 339,355,221.75 บาท โดยเสนอขายให้ นายมาศถวิน ชาญวีรกูล กรรมการและกรรมการผู้จัดการ ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท เพื่อเข้าถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 3 ของทุนชําระแล้วภายหลังการเพิ่มทุนของบริษัท
สำหรับวัตถุประสงค์การระดมทุนครั้งนี้ และแผนการใช้เงิน เพื่อนําเงินมาใช้ในการขยายธุรกิจ สําหรับโครงการศูนย์ Data Center และพลังงานหมุนเวียน รวมถึงรองรับการขยายการลงทุนในธุรกิจทางด้านพลังงานที่มีอยู่ใน ปัจจุบัน คาดกระบวนการเพิ่มทุนจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4/2569
ขณะที่บริษัทฯระบุว่า กำหนดช่วงระยะเวลาจองซื้ออยู่ระหว่างวันที่ 29 ต.ค. 2569 - 4 พ.ย. 2569
ทั้งนี้ หากพิจารณาโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ พบว่า มีบลจ.เกียรตินาคินภัทร (รับโอนจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อการจัดการหุ้นของนายกรัฐมนตรี) จำนวน 178,306,142 หุ้น คิดเป็น 9.84% ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ดังนั้น จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ หากต้องการรักษาการถือครองหุ้นไว้ในสัดส่วนเดิม ก็ต้องใช้สิทธิรับซื้อหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยคาดว่า จะต้องใช้เงินประมาณ 89.96 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน นาย วัชระ แก้วสว่าง หรือที่รู้จักกันดี “เสี่ยป๋อง”นักลงทุนรายใหญ่ จะร่วมใช้สิทธิเพิ่มทุนในครั้งนี้ด้วยหรือไม่ เพราะล่าสุดถือหุ้น STPI อยู่จำนวน 13,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.72%
ส่วนพอร์ตลงทุนของ “เสี่ยป๋อง” ปัจจุบันประกอบด้วย
FSX 11,300,000 หุ้น คิดเป็น 0.99%
MALEE 3,800,000 หุ้น คิดเป็น 0.70%
MGC 12,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.07%
STPI 13,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.72%
TMC 6,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.31%
สำหรับการเคลื่อนไหวราคาหุ้น STPI ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 12 ต.ค. ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 21.68 %%20co.jpg)