รายงานพิเศษ : EA เปลี่ยนคาร์บอนเป็นมูลค่า E-Bus ลดก๊าซเรือนกระจกต่อเนื่อง เปิดทางธุรกิจใหม่ยุคเศรษฐกิจสีเขียว

EA เร่งสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจพลังงาน แบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และการบริหารจัดการคาร์บอน หลังโครงการ Bangkok E-Bus Programme ส่งมอบผลลดก๊าซเรือนกระจกปี 2568 ได้กว่า 5.7 หมื่น ITMOs ตอกย้ำแนวทางนำเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่มีมาต่อยอดมูลค่า พร้อมวางรากฐานการเติบโตระยะยาว
การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำกำลังเปิดโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจพลังงานสะอาดทั่วโลก โดยเฉพาะบริษัทที่สามารถเชื่อมโยงเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานเข้ากับการลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดผลกระทบต่อโลก แต่ยังมีโอกาสต่อยอดไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ในระยะยาว ซึ่งเป็นทิศทางที่ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) กำลังขับเคลื่อนผ่านระบบนิเวศพลังงานสะอาด หรือ Green Energy Ecosystem
ความคืบหน้าล่าสุดของ EA สะท้อนผ่านโครงการ Bangkok E-Bus Programme ซึ่งส่งมอบผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานประจำปี 2568 จำนวน 57,327 ITMOs (Internationally Transferred Mitigation Outcomes) ให้แก่ KliK Foundation ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้มียอดส่งมอบสะสมรวม 108,960 ITMOs นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจริงมาต่อยอดภายใต้กลไกความร่วมมือด้านคาร์บอนระหว่างประเทศ
สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาธุรกิจของ EA ที่พยายามเชื่อมโยงการใช้พลังงานสะอาดเข้ากับการสร้างมูลค่าตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการบริหารจัดการคาร์บอน ทำให้ผลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมมีโอกาสต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่าการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพียงอย่างเดียว
หัวใจสำคัญของโครงการ Bangkok E-Bus Programme คือการนำรถโดยสารไฟฟ้ากว่า 2,000 คันเข้ามาให้บริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อทดแทนรถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลและก๊าซธรรมชาติ ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดมลพิษจากท่อไอเสีย และลดเสียงรบกวนในเขตเมือง ขณะเดียวกัน การดำเนินงานของรถโดยสารไฟฟ้ายังเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการตรวจวัดและประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งหากผ่านกระบวนการตรวจสอบและรับรองตามข้อกำหนด ก็สามารถนำไปใช้ภายใต้กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศตาม Article 6.2 ของความตกลงปารีสได้
จุดนี้เองที่ทำให้โครงการมีมิติทางธุรกิจเพิ่มขึ้น เพราะ EA ไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำรถโดยสารไฟฟ้ามาใช้ทดแทนรถที่ใช้น้ำมันหรือก๊าซ แต่ยังพัฒนากระบวนการบริหารจัดการผลการลดก๊าซเรือนกระจกให้สามารถตรวจวัด ตรวจสอบ รับรอง และถ่ายโอนระหว่างประเทศได้ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานดังกล่าวจึงเป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงสินทรัพย์และเทคโนโลยีที่มีอยู่เข้ากับกลไกเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งมีโอกาสสร้างแหล่งมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในระยะยาว
นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA กล่าวว่า Bangkok E-Bus Programme เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า Green Energy Ecosystem ของบริษัทสามารถสร้างคุณค่าได้ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ไปจนถึงการบริหารจัดการผลการลดก๊าซเรือนกระจกให้เกิดมูลค่าในระดับนานาชาติ โดยบริษัทมุ่งนำเทคโนโลยี สินทรัพย์ และองค์ความรู้ที่มีอยู่มาต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ ควบคู่กับการสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
สำหรับทิศทางต่อจากนี้ การสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจพลังงาน แบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการคาร์บอน จะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์และเทคโนโลยีที่ EA พัฒนาขึ้น โดยการเชื่อมโยงธุรกิจเหล่านี้ช่วยให้บริษัทสามารถมองหาโอกาสจากห่วงโซ่พลังงานสะอาดได้กว้างขึ้น และเตรียมความพร้อมรองรับความต้องการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีความสำคัญต่อภาคธุรกิจทั่วโลกมากขึ้น
อีกหนึ่งมิติที่ทำให้โครงการนี้มีความสำคัญคือ ESG ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ในด้าน Environmental การใช้รถโดยสารไฟฟ้าช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก ด้าน Social ช่วยยกระดับระบบขนส่งสาธารณะให้สะอาดขึ้นและลดมลพิษในพื้นที่เมือง ส่วนด้าน Governance กระบวนการตรวจวัด ตรวจสอบ และรับรองผลการลดก๊าซเรือนกระจกช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลและทำให้การดำเนินงานสอดคล้องกับหลักเกณฑ์สากลที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งเมืองสำคัญทั่วโลกก็กำลังเดินหน้าปรับระบบขนส่งสาธารณะไปสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ Bangkok E-Bus Programme มีมิติแตกต่าง คือการเชื่อมการเปลี่ยนผ่านด้านยานยนต์เข้ากับระบบบริหารจัดการคาร์บอน เพื่อให้ผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการใช้งานจริงได้รับการประเมินและนำไปต่อยอดภายใต้กลไกที่เกี่ยวข้องได้ นับเป็นแนวทางที่สะท้อนว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวสามารถสร้างประโยชน์ได้ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการดำเนินธุรกิจ
ดังนั้นความสำเร็จในการส่งมอบ ITMOs สะสม 108,960 หน่วย จึงเป็นมากกว่าตัวเลขผลการลดก๊าซเรือนกระจก แต่สะท้อนแนวทางการนำพลังงานสะอาด เทคโนโลยี และการบริหารจัดการคาร์บอนมาเชื่อมโยงกันเป็นระบบ สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือความสามารถของ EA ในการต่อยอด Green Energy Ecosystem ให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง และเปลี่ยนโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ในระยะยาว