รายงานพิเศษ : SFLEX เติมเครื่องยนต์ใหม่ ดันธุรกิจร่วมทุน-ตลาดนอก เร่งโตครึ่งปีหลัง

SFLEX เร่งเครื่องธุรกิจครึ่งปีหลัง วางแผนรับมือความเสี่ยงวัตถุดิบล่วงหน้า พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วย Automation ขยาย Green Packaging และต่อยอดกิจการร่วมทุนกับพันธมิตร TU เสริมทัพ SPV ในเวียดนาม หนุนเป้ารายได้ปี 69 แตะ 2,200 ล้านบาท
การสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวน จำเป็นต้องอาศัยทั้งความพร้อมในการบริหารความเสี่ยงและการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ควบคู่กัน บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) จึงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ไปจนถึงการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการต่อยอดธุรกิจผ่านพันธมิตร เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และวางรากฐานสำหรับการขยายธุรกิจในระยะยาว
นายสมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SFLEX เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่ง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับห่วงโซ่อุปทาน โดยการวางแผนจัดหาวัตถุดิบล่วงหน้าช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน และลดการพึ่งพาแหล่งจัดหาเพียงช่องทางเดียว ถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างเป็นระบบ
นอกจากการป้องกันความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกแล้ว SFLEX ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถภายในองค์กร โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทมีแผนนำเครื่องจักรใหม่และเทคโนโลยี Automation มาใช้ในกระบวนการผลิตมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดของเสีย และรองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน แต่ยังเป็นการวางรากฐานด้านต้นทุนและคุณภาพสินค้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดบรรจุภัณฑ์ที่ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน SFLEX ยังมองเห็นโอกาสจากกระแสความยั่งยืน จึงเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์ Green Packaging โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ประเภท Mono-material ที่เอื้อต่อการคัดแยกและรีไซเคิล เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า และเปิดโอกาสให้ SFLEX ขยายฐานธุรกิจไปยังกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน
อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญคือ การผลักดันการเติบโตของบริษัท สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง SFLEX กับบริษัท ไทยยูเนี่ยน กราฟฟิกส์ จำกัด บริษัทย่อยของ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) โดยปัจจุบันเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และทยอยรับคำสั่งซื้อแล้ว พร้อมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความคืบหน้าดังกล่าวสะท้อนถึงการเริ่มต้นดำเนินธุรกิจในเชิงพาณิชย์ และเป็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
การมีธุรกิจร่วมทุนเข้ามาเสริมพอร์ต ช่วยเพิ่มช่องทางในการขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับ SFLEX โดยไม่จำกัดอยู่เพียงการเติบโตของธุรกิจหลักเท่านั้น ทั้งยังเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานและรองรับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป หากคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงานของกิจการร่วมทุน และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทในระยะถัดไป
ด้าน Starprint Vietnam JSC (SPV) ซึ่ง SFLEX ถือหุ้นอยู่ 25% ยังคงมีแนวโน้มเติบโตดี โดยได้รับคำสั่งซื้ออย่างสม่ำเสมอ ท่ามกลางโอกาสจากการขยายตัวของเศรษฐกิจเวียดนาม ซึ่งเป็นอีกตลาดที่บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโต การมีส่วนร่วมในธุรกิจต่างประเทศจึงเป็นอีกช่องทางในการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาพรวมการดำเนินงานในระยะยาว
เมื่อพิจารณาจากทิศทางธุรกิจทั้งหมด จะเห็นว่า SFLEX กำลังขับเคลื่อนการเติบโตผ่านหลายองค์ประกอบ ทั้งการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก การยกระดับประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์รักษ์โลก และการสร้างโอกาสจากธุรกิจร่วมทุนและตลาดต่างประเทศ ซึ่งแต่ละส่วนมีบทบาทแตกต่างกัน แต่สามารถสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตโดยรวมได้
ผู้บริหาร SFLEX เชื่อมั่นว่าปัจจัยสนับสนุนเหล่านี้จะช่วยผลักดันให้รายได้ปี 2569 มีโอกาสทะลุเป้าหมาย 2,200 ล้านบาทตามที่วางไว้ โดยการเติบโตในระยะต่อไปจะไม่ได้มาจากการเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการสร้างช่องทางธุรกิจใหม่ เพื่อให้ SFLEX สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขัน พร้อมต่อยอดการเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว