Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 14-10-2569 (SET ขยับกติกา 8 ข้อ ตลาดหุ้นไทยจะปังหรือจะป่วน!!)


14 ตุลาคม 2569

SET ขยับกติกา 8 ข้อ_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ)_0.jpg

อุ๊ยยย!! ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ยังหายใจไม่ทั่วท้องเจ้าค่ะ! ฝั่งนอกก็รุมเร้าไม่พัก ทั้ง Yield พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งแตะ 5.7% สูงสุดในรอบ 24 ปี ส่วนสงครามตะวันออกกลางก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบง่ายๆ ดันน้ำมันดิบ Brent ทะยานไปถึง 106.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักลงทุนก็เลยต้องกอดเงินสดไว้แน่นๆ คิดแล้วคิดอีกก่อนกดปุ่มซื้อหุ้น!

แม้จะเริ่มเห็นเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามาบ้าง แต่ถ้าเทียบกับที่ไหลออกไปก่อนหน้านี้ ก็ยังเป็นเงินกลับมาแบบกระมิดกระเมี้ยน ไม่ใช่กลับมาแบบหอบเงินก้อนโตมาช้อนหุ้นกันทั้งตลาดนะเจ้าคะ!

ยังไม่ทันหายเหนื่อย SET ก็เตรียมขยับกติกาซื้อขายครั้งใหญ่ ปรับ 8 เกณฑ์ มีผล 16 พฤศจิกายน 2569 ทั้งเพิ่มมาตรการใหม่ ปรับกฎเดิม และยกเลิกข้อจำกัดบางอย่าง โดยให้เหตุผลว่าต้องการเพิ่มประสิทธิภาพระบบซื้อขายให้ทันกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป

ฟังแล้วก็ดูดีค่ะ! แต่เจ๊จิ๋มขอถามตรงๆ ว่า เปลี่ยนกติกาแล้ว ตลาดจะดีขึ้นจริงไหม หรือแค่เพิ่มการบ้านให้นักลงทุนต้องตามกันอีกชุดใหญ่!?

มาเจ้าค่ะ มาดูกันทีละข้อ อย่าเพิ่งกะพริบตา!

แล้วทั้ง 8 เกณฑ์ที่ SET เตรียมปรับปรุง มีอะไรบ้าง?

1. มาตรการใหม่ (2 ข้อ)

-ปรับลดช่วงราคาเสนอซื้อขาย (Tick Size): สำหรับหุ้นช่วงราคา 5–50 บาท เพื่อให้ราคา Bid และ Offer ขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น ช่วยลดส่วนต่างราคา (Spread) และเพิ่มความยืดหยุ่นในการซื้อขาย

-เก็บค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อขายที่ไม่เกิดการจับคู่ (OTR): เรียกเก็บในอัตรา 0.15 บาทต่อรายการ เฉพาะส่วนที่ส่งคำสั่งเกิน 15,000 รายการต่อวัน เพื่อจำกัดการส่งคำสั่งจำนวนมากเกินความจำเป็นซึ่งสร้างภาระให้ระบบ

2. การปรับปรุงเกณฑ์เดิม (3 ข้อ)

-คุมเข้มการขายชอร์ต (Short Sell): หุ้นที่ราคาปิดลดลงตั้งแต่ 10% ขึ้นไป จะต้องใช้เกณฑ์ Uptick ในวันทำการถัดไป (ต้องขายในราคาสูงกว่าราคาซื้อขายล่าสุดเท่านั้น)

-คัดกรองหุ้น Short Sell: จำกัดให้ทำได้เฉพาะหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง เช่น หุ้นในกลุ่ม SET100, หุ้นอ้างอิง Single Stock Futures, DR และ ETF

-ยกระดับการกำกับดูแล HFT: ผู้ซื้อขายด้วยความถี่และความเร็วสูง (High-Frequency Trading) ที่ใช้ Dedicated API หรือมีพฤติกรรมเข้าเกณฑ์ จะต้องขึ้นทะเบียนตามข้อกำหนดอย่างเป็นทางการ

3. การยกเลิกข้อกำหนดเดิม (3 ข้อ)

-ยกเลิก Dynamic Price Band (DPB): กรอบจำกัดการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นระหว่างวัน

-ยกเลิกข้อจำกัดประเภทหลักทรัพย์สำหรับ HFT: เปิดให้ HFT เข้าซื้อขายหลักทรัพย์ได้กว้างขึ้น

-ยกเลิก Minimum Resting Time (MRT): ยกเลิกระยะเวลาขั้นต่ำในการค้างคำสั่งก่อนที่จะยกเลิกหรือแก้ไขได้

ทีนี้คำถามสำคัญ...ปรับเกณฑ์ตั้ง 8 ข้อ แล้วความเชื่อมั่นจะกลับมาหรือยัง?

เจ๊จิ๋มมองว่าการปรับกติกาเป็นเรื่องจำเป็น ตลาดทุนต้องพัฒนาให้ทันเทคโนโลยีและรูปแบบการซื้อขายที่เปลี่ยนแปลงไป แต่การเปลี่ยนกฎไม่ใช่ยาวิเศษที่กินปุ๊บแล้วความเชื่อมั่นกลับมาปั๊บ!

สิ่งที่ SET ต้องทำควบคู่กัน คืออธิบายให้ชัดว่าแต่ละมาตรการแก้ปัญหาอะไร กระทบใครบ้าง และจะใช้ตัวชี้วัดไหนประเมินผลหลังเริ่มใช้จริง โดยเฉพาะเรื่อง HFT และการยกเลิก DPB ที่ต้องทำให้ผู้ลงทุนมั่นใจว่ามีกลไกตรวจจับความผิดปกติและดูแลความเป็นธรรมอย่างเพียงพอ

ที่สำคัญ ต้องสื่อสารต่อเนื่อง ไม่ใช่ประกาศกติกาแล้วปล่อยให้นักลงทุนไปตีความกันเอง เพราะในวันที่ตลาดหุ้นไทยกำลังพยายามเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมถูกจับตามองเป็นพิเศษ!

สุดท้ายนี้ เจ๊จิ๋มขอย้ำว่า ตลาดหุ้นจะทันสมัยแค่ไหนไม่สำคัญเท่ากับนักลงทุนรู้สึกว่าตลาดโปร่งใสและเป็นธรรมแค่ไหน!

เกณฑ์ใหม่จะช่วยให้ตลาดมีประสิทธิภาพขึ้นจริงหรือไม่ ต้องรอดูผลหลังเริ่มใช้วันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 กันต่อไป แต่ถ้าถามเจ๊ว่าเงินทุนจะกลับมาอย่างยั่งยืนได้อย่างไร คำตอบก็ชัดๆ เลยค่ะว่า ต้องทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นด้วย ไม่ใช่หวังพึ่งกติกาใหม่เพียงอย่างเดียว เพราะต่อให้ปรับกฎเก่งแค่ไหน ถ้านักลงทุนยังไม่มั่นใจ เงินก็ยังเลือกยืนดูอยู่ข้างสนามได้เหมือนเดิมนะเจ้าคะ!

กติกาใหม่กำลังมา...ส่วนความเชื่อมั่นจะมาตามหรือไม่ งานนี้ SET ต้องพิสูจน์ให้เห็น!