รายงานพิเศษ : ASIA ลุ้นรับทรัพย์ประชุม IMF-World Bank เงินสะพัด 2.25 พันล. โรงแรมรับโอกาสโกยรายได้

การประชุม IMF-World Bank ในไทยคาดสร้างเงินหมุนเวียน 1,050-2,250 ล้านบาท จากผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คนที่เดินทางจากทั่วโลก หนุนโอกาสธุรกิจโรงแรมและบริการในกรุงเทพฯ รวมถึง ASIA ที่มีธุรกิจโรงแรมเป็นฐานหลัก จับตาการต่อยอดตลาด MICE และการประชุมนานาชาติสู่แหล่งรายได้ระยะยาว
กรุงเทพฯ กำลังเป็นจุดสนใจของประชาคมเศรษฐกิจโลก เมื่อประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 หรือ 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค.69 โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก การรวมตัวของผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารสถาบันการเงิน นักธุรกิจ และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นเวทีหารือทิศทางเศรษฐกิจโลก แต่ยังเป็นโอกาสกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และบริการที่เกี่ยวข้อง
สำหรับ บมจ.เอเชียโฮเต็ล หรือ ASIA ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงธุรกิจให้เช่าพื้นที่ การประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรจับตา เพราะการเดินทางเข้าร่วมประชุมของชาวต่างชาติเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการใช้บริการหลายด้าน ตั้งแต่ที่พัก อาหาร การเดินทาง ไปจนถึงพื้นที่สำหรับการพบปะทางธุรกิจ โดยเฉพาะการประชุมที่จัดต่อเนื่องตลอดหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ธุรกิจโรงแรมสามารถเข้าถึงความต้องการใช้บริการได้หลายวัน ไม่ใช่เพียงการเดินทางระยะสั้น
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่จำนวนผู้เข้าร่วมงานและระยะเวลาพำนักในประเทศไทย โดยข้อมูลจากภาครัฐประเมินว่า ผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 15,000 คนจะพำนักเฉลี่ย 7-10 วัน และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000-15,000 บาทต่อคนต่อวัน ส่งผลให้คาดการณ์เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ประมาณ 1,050-2,250 ล้านบาท เงินจำนวนนี้จะกระจายไปยังธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และสินค้าชุมชน ซึ่งถือเป็นแรงส่งต่อภาคบริการในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน
ในมุมของธุรกิจโรงแรม การประชุมครั้งนี้จึงมีโอกาสช่วยเพิ่มความต้องการห้องพักในกรุงเทพฯ จากทั้งคณะผู้แทนอย่างเป็นทางการ ผู้บริหารภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องที่ต้องเดินทางมาปฏิบัติภารกิจตลอดช่วงการประชุม โดยเฉพาะโรงแรมที่สามารถตอบโจทย์ด้านทำเล การเดินทาง ความสะดวก และบริการสำหรับนักเดินทางเพื่อธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
สำหรับ ASIA บริษัทมีโรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนถนนพญาไท เขตราชเทวี รวมถึงโรงแรมในเครืออย่างโรงแรมเอเชียพัทยา โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท และโรงแรมเอเชียชะอำ ตลอดจนโรงแรมในเชียงใหม่ที่อยู่ภายใต้บริษัทย่อย ทำให้บริษัทมีฐานธุรกิจโรงแรมหลายแห่งในพื้นที่แตกต่างกัน
ASIA ซึ่งมีทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร การเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้ากลุ่มองค์กรและนักเดินทางต่างชาติจึงเป็นแนวทางที่สามารถต่อยอดได้มากกว่าการขายห้องพักเป็นรายคืน โดยบริษัทอาจใช้โอกาสจากงานประชุมนานาชาติในการนำเสนอห้องพักและบริการที่เกี่ยวข้องแก่กลุ่มลูกค้าองค์กร คณะผู้แทน หรือผู้เดินทางเพื่อธุรกิจ ซึ่งหากสามารถสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและได้รับการจองซ้ำจากกิจกรรมในอนาคต ก็อาจช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกยังมีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการประชุมและกิจกรรมทางธุรกิจ โดยเว็บไซต์ทางการของ IMF ระบุว่า การประชุมประจำปีครั้งนี้เป็นเวทีรวมผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีคลังและการพัฒนา ผู้บริหารภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และนักวิชาการ เพื่อหารือประเด็นเศรษฐกิจโลก เสถียรภาพทางการเงิน และการพัฒนาที่ยั่งยืน การจัดงานในไทยจึงเป็นโอกาสแสดงศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานและความพร้อมในการรองรับกิจกรรมระดับนานาชาติ
หากประเทศไทยสามารถใช้การประชุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการดึงดูดการประชุมทางธุรกิจ งานแสดงสินค้า และกิจกรรมระดับนานาชาติให้เข้ามาจัดอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ตลาดโรงแรมและบริการเติบโตตามไปด้วย เพราะการประชุมแต่ละครั้งนำมาซึ่งกลุ่มผู้เดินทางที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน และอาจสร้างความต้องการใช้บริการทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการจัดงาน
สำหรับธุรกิจโรงแรม การต่อยอดตลาด MICE (Meetings, Incentives, Conferences and Exhibitions) จึงเป็นหนึ่งในแนวทางกระจายฐานลูกค้า จากเดิมที่พึ่งพานักท่องเที่ยวทั่วไปเป็นหลัก ไปสู่ลูกค้าองค์กร ผู้เข้าร่วมประชุม และผู้เดินทางเพื่อธุรกิจ ซึ่งมีรูปแบบความต้องการแตกต่างกัน โดยผู้ประกอบการสามารถวางแผนการขายห้องพัก การทำตลาด และการจัดบริการให้สอดคล้องกับปฏิทินกิจกรรมที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี
ในระยะยาว ASIA จึงมีโอกาสใช้กระแสการจัดประชุมนานาชาติเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ พร้อมพัฒนาการทำตลาดกับองค์กรและผู้จัดงานให้มีความต่อเนื่องมากขึ้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนโอกาสจากการจัดประชุมให้กลายเป็นรายได้จริงจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันของโรงแรม การบริหารต้นทุน อัตราการเข้าพัก และราคาห้องพักเฉลี่ย ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อผลประกอบการของธุรกิจโรงแรม ดังนั้นการประชุม IMF-World Bank 2026 จึงเป็นมากกว่าเวทีเศรษฐกิจโลก เพราะยังเป็นโอกาสสร้างเม็ดเงินให้กับภาคบริการไทย และการต่อยอดสู่การสร้างฐานลูกค้ากลุ่มองค์กรและตลาด MICE ในระยะยาว