Talk of The Town

8 หุ้น SET100 ได้ผลบวก ตลท. ใช้เกณฑ์ซื้อขายใหม่ ลดแรงกดดันถูกทำชอร์ตเซล


12 ตุลาคม 2569

8 หุ้น SET100 ได้ผลบวก_S2T (เว็บ)_0.jpg

โบรกฯ มองตลท.เตรียมใช้ 8 เกณฑ์ซื้อขายใหม่ ช่วยลดต้นทุนแฝง-ดึงดูดเม็ดเงิน-สภาพคล่องให้กลับมาคึกคัก พร้อมยังกลไกป้องกันการถล่มขายระดับรายตัว-ปลดล็อกความกังวลให้หุ้นขนาดกลาง-เล็กนอก SET100 ถูกกดดันชอร์ตเซล ชู 8 หุ้นเด่น AMATA, CENTEL, CRC, GLOBAL, GUNKUL, PRM, SCGP, TU รับอานิสงส์ต้นทุนซื้อขายลดลงและสภาพคล่องดีขึ้น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า ตลท. ประกาศปรับปรุงมาตรการกำกับการซื้อขายหลักทรัพย์รวม 8 มาตรการ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 2569 ภายหลังการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในเดือน พ.ค. 2569 และได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. 

โดยการปรับปรุงครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพและความเท่าเทียมของตลาด ลดความผันผวนที่ผิดปกติของราคา และกำกับดูแลพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสมให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสภาพคล่องและเสถียรภาพของตลาดทุนไทย โดยแบ่งมาตรการออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1. เพิ่ม 2 มาตรการใหม่ ได้แก่ การปรับลดช่วงราคาซื้อขาย (Tick Size) สำหรับหลักทรัพย์ราคา 5–50 บาท และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Extra Charge) จากบัญชีที่ส่งคำสั่งซื้อขายจำนวนมากแต่เกิดการจับคู่น้อย (High Order-to-Trade Ratio)

2. ปรับปรุง 3 มาตรการเดิม ได้แก่ การเปลี่ยนเกณฑ์ราคาขายชอร์ต (Short Sell) เป็น Zero-Plus Tick ในภาวะปกติ และใช้เกณฑ์ Uptick ในวันทำการถัดไปเมื่อราคาปิดของหลักทรัพย์ลดลงตั้งแต่ 10%, การจำกัดหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตได้เฉพาะหลักทรัพย์สภาพคล่องสูง และการปรับเกณฑ์ขึ้นทะเบียนผู้ลงทุนกลุ่ม High Frequency Trading (HFT) ให้พิจารณาจากพฤติกรรมการซื้อขายจริง

3. ยกเลิกมาตรการ 3 มาตรการ ได้แก่ ยกเลิกกรอบราคาซื้อขายแบบ Dynamic Price Band (DPB), ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ที่ผู้ลงทุนกลุ่ม HFT ซื้อขายได้ และยกเลิก Minimum Resting Time (MRT)

ดังนั้น มองว่ามาตรการกำกับการซื้อขายใหม่ข้างต้นสะท้อนการปรับมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ของ ตลท. อย่างมีนัยสำคัญ โดยเปลี่ยนผ่านจาก "การจำกัดการซื้อขายในวงกว้าง" ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2567 ไปสู่ "การเปิดกลไกตลาดให้คล่องตัวในสภาวะปกติ ควบคู่กับการใช้เครื่องมือกำกับพฤติกรรมเฉพาะจุด" 

โดยผลลัพธ์เชิงบวกในภาพรวมจะนำไปสู่การลดต้นทุนแฝงในการซื้อขาย (Execution Cost) ซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญที่จะช่วยดึงดูดสภาพคล่องจากนักลงทุนสถาบันและต่างชาติให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ขณะเดียวกันตลาดยังมีกลไกรับแรงกระแทกที่ชาญฉลาดขึ้น ทั้งการสกัดพฤติกรรมป่วนตลาดของกลุ่มบอทเทรด (HFT) และการสร้างเกราะป้องกันหุ้นร่วงหนักระดับรายตัว ซึ่งจะเป็นผลดีต่อกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์และนักลงทุนทุกกลุ่ม

ทั้งนี้ จากโครงสร้างตลาดที่เอื้อต่อสภาพคล่องและมีกลไกป้องกันความเสี่ยงที่รัดกุมขึ้น นักลงทุนควรปรับกลยุทธ์เพื่อใช้ประโยชน์จากกติกาใหม่ ดังนี้ 

1. โฟกัสหุ้นกลุ่ม SET100 ที่ราคา 5–50 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มรับอานิสงส์สูงสุดการปรับลด Tick Size จะช่วยลดต้นทุนการซื้อขาย (Execution Cost) อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันและต่างชาติให้ไหลเข้าเพิ่มสภาพคล่อง ทั้งนี้ ได้ทำการคัดกรองหุ้นในหุ้น SET100 ที่ราคา 5–50 บาท 

โดยมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรชัดเจน และมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง อีกทั้งแนะนำ Outperform เพื่อรับประโยชน์จากสภาพคล่องที่จะปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ AMATA, CENTEL, CRC, GLOBAL, GUNKUL, PRM, SCGP, TU 

2. เก็งกำไรหุ้นขนาดกลางที่หลุดพ้นแรงกดดัน Short Sell หุ้นกลุ่มขนาดกลางที่อยู่นอกกลุ่ม SET100 ซึ่งเคยถูกนำไปเป็นสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset) ของผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ (เช่น DW) จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการไม่อนุญาตให้ทำ Short Sell อีกต่อไป มาตรการนี้ช่วยปลดล็อก Overhang และลดแรงกดดันต่อราคาหุ้นในระยะถัดไป ทำให้การประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มนี้สามารถสะท้อนปัจจัยพื้นฐานได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

3. การปรับกลยุทธ์ตามประเภทนักลงทุน (Tactical Adjustment) นักลงทุนระยะสั้นและสายเก็งกำไร: ควรใช้ประโยชน์จาก Tick Size ที่แคบลงในกลุ่มหุ้น 5-50 บาท เพื่อหาจังหวะทำกำไรในกรอบราคาที่ละเอียดขึ้นด้วยต้นทุนส่วนต่างที่ต่ำลง โดยเน้นการวางคำสั่งแบบ Limit Order

สำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว กติกาใหม่ทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันชั้นดี หากหุ้นพื้นฐานดีร่วงลงแรงเกิน 10% จนเข้าเงื่อนไข Uptick Rule จะเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้น (Buy on Dip) ที่ปลอดภัยขึ้น เพราะผู้ทำ Short Sell ไม่สามารถโยนซ้ายเพื่อกดราคาลงต่อได้

และกลุ่มเทรดด้วยระบบ (Algorithmic / HFT) ต้องเร่งปรับจูนโมเดลทันที โดยลดความถี่ในการตั้งและยกเลิกคำสั่ง (Cancel Rate) และหันมาโฟกัสที่ "อัตราการจับคู่สำเร็จ (Fill Rate)" เพื่อป้องกันโดนค่าปรับ OTR Extra Charge (0.15 บาท/รายการ)