Talk of The Town

SCC งบ Q3 เทิร์นอะราวด์ โบรกฯ คาดมีกำไร 4.1 พันลบ. สเปรดโอเลฟินส์ฟื้นช่วยหนุน


12 ตุลาคม 2569

SCC งบ Q3 เทิร์นอะราวด์_S2T (เว็บ)_0.jpg

SCC โบรกฯ คาดไตรมาส 3/69 พลิกมีกำไร 4.1 พันล้านบาท รับแรงหนุนส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ฟื้นตัว พร้อมเตรียมปรับประมาณการกำไร หลังสรุปดีลร่วมทุน PTTGC

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า SCC จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 ที่ 4.1 พันล้านบาท พลิกมีกำไรจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่ขาดทุน 669 ล้านบาท โดยฟื้นตัวตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ (olefins spread) ที่ดีขึ้น และอ่อนตัวจากไตรมาส 2/69 จากปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่อ่อนตัว 

ทั้งนี้ มีสมมติฐานที่สำคัญ ดังนี้ ธุรกิจปิโตรเคมี (SCGC) จะยังคงได้ประโยชน์จากทั้งส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ที่ทรงตัวในระดับสูงในไตรมาส 3/69 (แม้จะอ่อนตัวจากไตรมาสก่อน จากฐานที่สูงผิดปกติ) และการรับรู้กำไรจากสต๊อก (stock gain) ที่เป็นไปได้ ซึ่งน่าจะช่วยชดเชยผลกระทบจากการหยุดดำเนินงานโรงแครกเกอร์ระยองโอเลฟินส์ (ROC) เกือบทั้งไตรมาส และ Long Son Petrochemical (LSP) เต็มไตรมาส

ขณะที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (CBM) จะเห็นปริมาณขายที่ชะลอตัวตามปัจจัยฤดูกาล ในขณะที่ SCGP น่าจะยังเห็นกำไรที่ดีขึ้นจากช่วงเดียวกัน โดยได้แรงหนุนจากความสามารถในการทำกำไรที่ดีของบริษัท PT. Fajar Surya Wisesa Tbk. (Fajar)

สำหรับภาพรวมไตรมาส 4/69 คาดว่าบริษัทจะเห็นปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน หลังโรงแครกเกอร์ ROC กลับมาดำเนินงานเต็มไตรมาส ขณะที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ มีแนวโน้มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกัน นอกจาก ธุรกิจ CBM อาจเห็นอุปสงค์การซื้อของแต่งบ้านหลังเหตุการณ์น้ำท่วม

ดังนั้น คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 และ 2570 ที่ 2.04 หมื่นล้านบาท และ 1.76 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 1.41 หมื่นล้านบาท ในปี 2568โดยมีสมมติฐานสำคัญ คือปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่สูงขึ้น, ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ที่ดีขึ้น และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง

พร้อมกันนี้ คงราคาเป้าหมายที่ 290 บาท และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยอาจจะทบทวนประมาณการกำไรและคำแนะนำอีกทีหลังมีความคืบหน้าข้อตกลงในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง SCGC และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC

SCC